ท้องผูกเกิดจากอะไร ดูแลตัวเองอย่างไรได้บ้าง?
ท้องผูกส่วนใหญ่เกิดจากเรื่องในชีวิตประจำวัน ได้แก่ กินใยอาหารน้อย ดื่มน้ำน้อย ขยับร่างกายน้อย กลั้นอุจจาระเมื่อปวด หรือกิจวัตรเปลี่ยน เช่น ตอนไปเที่ยว สิ่งที่ NHS แนะนำให้ทำเองได้คือค่อย ๆ เพิ่มใยอาหาร ดื่มน้ำให้พอ เดินทุกวัน และเข้าห้องน้ำให้เป็นเวลา ถ้าทำแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีเลือดปนอุจจาระ ควรไปพบแพทย์
ท้องผูกเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย NIDDK ของสหรัฐฯ ระบุว่าผู้ใหญ่ประมาณ 16 ใน 100 คนมีอาการท้องผูก และในผู้ใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไปพบประมาณ 33 ใน 100 คน
กี่วันไม่ถ่ายถึงเรียกว่าท้องผูก?
NHS ของสหราชอาณาจักรและ NIDDK ใช้เกณฑ์คล้ายกัน คือมีอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
- ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์
- อุจจาระแข็ง แห้ง หรือเป็นก้อน หรือก้อนใหญ่หรือเล็กผิดปกติ
- ต้องเบ่งมาก หรือเจ็บเวลาถ่าย
- รู้สึกว่าถ่ายไม่สุด
จำนวนครั้งที่ถ่ายของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนถ่ายทุกวัน บางคนวันเว้นวัน จึงควรดูว่าการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นของตัวเองหรือไม่ ไม่ใช่เทียบกับคนอื่นเพียงอย่างเดียว NIDDK ระบุว่าท้องผูกอาจเป็นช่วงสั้น ๆ หรือเป็นนานก็ได้
ท้องผูกเกิดจากอะไร?
NHS ระบุสาเหตุที่พบบ่อยไว้ดังนี้ และ NIDDK ระบุว่าท้องผูกอาจมีมากกว่าหนึ่งสาเหตุในเวลาเดียวกัน
อาหารและน้ำ
- กินใยอาหารน้อย ใยอาหารพบในผัก ผลไม้ และธัญพืช
- ดื่มน้ำและเครื่องดื่มอื่นน้อย
- กินอาหารที่มีใยอาหารน้อยหรือแทบไม่มีบ่อย ๆ NIDDK ยกตัวอย่าง ขนมกรุบกรอบ อาหารจานด่วน เนื้อสัตว์ อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง และอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก
การขยับร่างกายและการนั่งนาน
ขยับร่างกายน้อย หรือนั่งอยู่กับที่นาน ๆ เช่น นั่งทำงานหน้าจอทั้งวัน หรือนั่งรถเป็นเวลานาน
นิสัยการเข้าห้องน้ำ
กลั้นไว้เมื่อรู้สึกปวด เช่น เพราะรีบ ไม่สะดวกใช้ห้องน้ำนอกบ้าน หรือห้องน้ำไม่ว่าง NIDDK ระบุว่าการไม่ไปถ่ายเมื่อปวดเป็นสาเหตุหนึ่งของท้องผูก
กิจวัตรเปลี่ยน
อาหารหรือกิจวัตรประจำวันเปลี่ยน เช่น ย้ายที่อยู่ เปลี่ยนกะทำงาน หรือเดินทาง NIDDK ระบุไว้ชัดว่าท้องผูกเกิดได้เมื่อเดินทาง (ดูหัวข้อไปเที่ยวด้านล่าง)
เรื่องอื่น ๆ
- ผลข้างเคียงของยาบางชนิด
- ความเครียดหรือความกังวล
- ช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด
- อายุที่มากขึ้น NHS ระบุว่าพบบ่อยขึ้นในผู้ที่อายุเกิน 65 ปี
ภาวะสุขภาพบางอย่างก็ทำให้ท้องผูกได้ ถ้าท้องผูกเป็นต่อเนื่องหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ (ดูหัวข้อสุดท้าย)
ท้องผูก ดูแลตัวเองง่าย ๆ อย่างไรได้บ้าง?
NHS และ NIDDK แนะนำให้เริ่มจากการปรับอาหาร น้ำ การขยับร่างกาย และนิสัยการเข้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่ใช้ดูแลไม่ให้ท้องผูกซ้ำ
ค่อย ๆ เพิ่มใยอาหาร
ค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทย (Thai RDIs) ของใยอาหารสำหรับบุคคลทั่วไปอายุ 3 ปีขึ้นไปกำหนดไว้ที่ 25 กรัมต่อวัน ส่วน NIDDK แนะนำให้เพิ่มใยอาหารทีละน้อยเพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว
- เลือกธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง ผัก ผลไม้ และถั่วเปลือกแข็ง NIDDK ยกตัวอย่าง ข้าวโอ๊ต ถั่วเลนทิล เบอร์รี บรอกโคลี และอัลมอนด์ ส่วน NHS แนะนำรำข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต และเมล็ดแฟลกซ์
- NHS แนะนำผลไม้ในมื้ออาหาร เช่น แอปเปิล แอปริคอต องุ่นและลูกเกด ราสป์เบอร์รี และสตรอว์เบอร์รี
- ในอาหารไทย เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้องบางมื้อ หรือสั่งผักเพิ่มในจานเดียว ก็เป็นการเพิ่มใยอาหารโดยไม่ต้องเปลี่ยนเมนู อ่านวิธีเพิ่มใยอาหารเพิ่มเติมได้ที่ ในอาหารไทย เพิ่มใยอาหารได้อย่างไร?
ดื่มน้ำให้พอ
NHS แนะนำให้ดื่มน้ำและเครื่องดื่มอื่นให้มาก และเลี่ยงแอลกอฮอล์ NIDDK แนะนำให้ดื่มน้ำ น้ำผักผลไม้ที่ไม่เติมน้ำตาล และซุปใส ร่วมด้วยเมื่อกินใยอาหารมากขึ้น วันที่อากาศร้อนหรือเหงื่อออกมาก ให้ดื่มเพิ่มขึ้น
ขยับร่างกายทุกวัน
NHS แนะนำให้เดินหรือวิ่งทุกวัน NIDDK ก็แนะนำให้ขยับร่างกายเป็นประจำ ถ้านั่งทำงานทั้งวัน ให้ลุกเดินเป็นระยะ
ตั้งเวลาเข้าห้องน้ำ
- เข้าห้องน้ำเวลาและที่เดิม และให้เวลาตัวเองพอ ไม่รีบ
- ไม่กลั้นเมื่อรู้สึกปวด
- NIDDK แนะนำให้ลองเข้าห้องน้ำหลังอาหารเช้า 15 ถึง 45 นาที เพราะการกินอาหารทำให้ลำไส้ใหญ่เคลื่อนอุจจาระ
- NHS และ NIDDK แนะนำให้วางเท้าบนม้านั่งเตี้ยขณะนั่งถ่าย และพยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
ถ้าทำแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร?
ระยะเวลาที่ใช้ต่างกันในแต่ละคน ถ้าปรับอาหารและกิจวัตรแล้วยังไม่ดีขึ้น NHS แนะนำให้ปรึกษาเภสัชกร และไม่ควรใช้ยาใด ๆ ต่อเนื่องเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ไปเที่ยวทีไรท้องผูกทุกที ป้องกันอย่างไรได้บ้าง?
การเดินทางเป็นสาเหตุหนึ่งที่ NIDDK ระบุไว้ ระหว่างเที่ยว หลายเรื่องที่กล่าวไว้ข้างต้นเปลี่ยนพร้อมกัน ได้แก่ เวลาตื่นและเวลากินเปลี่ยน อาหารต่างจากที่บ้าน นั่งรถหรือเครื่องบินนาน ดื่มน้ำน้อยเพราะไม่อยากเข้าห้องน้ำระหว่างทาง และหลายคนกลั้นเพราะไม่คุ้นห้องน้ำที่ใหม่ วิธีป้องกันจึงเป็นการนำหลักเดียวกันไปใช้ตอนเดินทาง
ก่อนออกเดินทาง
- ช่วงก่อนเดินทางไม่กี่วัน กินผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีตามปกติ ไม่เปลี่ยนอาหารกะทันหัน
- วางแผนเวลาให้มีช่วงเข้าห้องน้ำหลังอาหารเช้า ไม่ต้องรีบออกจากที่พัก
ระหว่างเดินทาง
- พกขวดน้ำและจิบเป็นระยะ โดยเฉพาะบนเครื่องบินหรือรถที่เปิดแอร์ทั้งวัน
- นั่งรถหรือเครื่องบินนาน ให้ลุกเดินหรือยืดขาเมื่อทำได้
- จำกัดแอลกอฮอล์ ตามคำแนะนำของ NHS
ที่ปลายทาง
- พยายามเข้าห้องน้ำเวลาใกล้เคียงกับที่บ้าน เช่น หลังอาหารเช้า
- ไม่กลั้นเมื่อรู้สึกปวด แม้ห้องน้ำจะไม่คุ้นเคย
- เลือกผักและผลไม้ในแต่ละมื้อ เช่น สลัด ผัดผัก หรือผลไม้หลังอาหาร แทนการกินแต่อาหารจานด่วนหรือขนม
- เดินเที่ยวแทนการนั่งรถทุกช่วงเมื่อทำได้
ถ้ากลับมาบ้านแล้วการขับถ่ายยังไม่กลับเป็นปกติ หรือมีอาการในหัวข้อถัดไป ควรพบแพทย์
ท้องผูกแบบไหนควรไปพบแพทย์?
NIDDK แนะนำให้พบแพทย์ทันที เมื่อท้องผูกร่วมกับอาการต่อไปนี้
- มีเลือดออกทางทวารหนัก หรือมีเลือดปนอุจจาระ
- ปวดท้องตลอดเวลา
- ผายลมไม่ออก
- อาเจียน
- มีไข้
- ปวดหลังส่วนล่าง
- น้ำหนักลดลงโดยไม่ได้ตั้งใจ
NHS แนะนำให้นัดพบแพทย์เมื่อ
- ท้องผูกและดูแลตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น
- ท้องผูกเป็นประจำ หรือท้องอืดเป็นประจำ
- รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลาร่วมกับท้องผูก
- คิดว่าท้องผูกเกิดจากยาที่ใช้อยู่
- การขับถ่ายเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
- ปวดท้อง
ผู้ที่ตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใด ๆ เพื่อการขับถ่าย
คำถามที่พบบ่อย
ท้องผูกเกิดจากอะไร?
ท้องผูก ดูแลตัวเองง่าย ๆ อย่างไรได้บ้าง?
ไปเที่ยวทีไรท้องผูกทุกที ป้องกันอย่างไรได้บ้าง?
กี่วันไม่ถ่ายถึงเรียกว่าท้องผูก?
ท้องผูกแบบไหนควรไปพบแพทย์?
- NHS: Constipation ↗
- NIDDK (NIH): Definition & Facts for Constipation ↗
- NIDDK (NIH): Symptoms & Causes of Constipation ↗
- NIDDK (NIH): Eating, Diet, & Nutrition for Constipation ↗
- NIDDK (NIH): Treatment for Constipation ↗
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445) พ.ศ. 2566 เรื่อง ฉลากโภชนาการ – ค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทย (บัญชีหมายเลข 3) ↗
เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ เมื่อคุณกดยอมรับ เราจะสามารถแสดงเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของคุณได้มากขึ้น และหากต้องการเปลี่ยนความยินยอม สามารถทำได้ทุกเมื่อโดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” นโยบายการใช้คุกกี้
