น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณรายละเอียด
บริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006·ร้านค้าทางการบน SHOPEE · LAZADA · TIKTOK SHOP · LINEบริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006
ช่องทางการสั่งซื้อ
JAPAN QUALITY·輝く毎日を、内側から。·GMP · ISO · HACCP · FSSC 22000 · HALAL CERTIFIED
ดูแลประจำวัน

สมาธิหลุดกลางคันเกิดจากอะไร ทำอย่างไรดี?

·
สมาธิที่หลุดกลางประชุม กลางทางขับรถ หรือกลางการอ่านหนังสือสอบ มักมาจากนอนไม่พอ ทำสิ่งเดียวนานโดยไม่พัก และง่วงหลังมื้ออาหาร การแจ้งเตือนมือถือก็ทำให้เสียสมาธิได้ สิ่งที่ทำได้คือนอนให้พอ แบ่งช่วงแล้วพักจริง ปิดการแจ้งเตือน ถ้าขับรถให้หยุดพักอย่างน้อย 15 นาทีทุก 2 ชั่วโมง และเมื่อง่วงให้แวะจอดพัก

สมาธิที่หลุดกลางประชุม กลางทางขับรถ หรือกลางการอ่านหนังสือสอบ ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเรื่องเดียว แต่มาจากนอนไม่พอ ทำสิ่งเดียวนานโดยไม่ได้พัก และง่วงหลังมื้ออาหาร บางครั้งการแจ้งเตือนมือถือก็ทำให้เสียสมาธิได้ สิ่งที่ทำได้คือ นอนให้พอ แบ่งงานเป็นช่วงแล้วพักจริง ปิดการแจ้งเตือน และถ้ากำลังขับรถ ให้หยุดพักอย่างน้อย 15 นาทีทุก 2 ชั่วโมง เมื่อเริ่มง่วงให้แวะจอดในจุดที่จอดได้ทันที

ทำไมทำอะไรไปได้ครึ่งทางแล้วสมาธิหลุด?

ช่วงแรกของการประชุม การขับรถ หรือการอ่านหนังสือ เรามักจดจ่อได้ดี แต่เมื่อผ่านไปสักพัก ความสนใจจะเริ่มหลุดง่ายขึ้น สาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้

นอนไม่พอ หรือนอนน้อยสะสมหลายคืน

CDC ของสหรัฐฯ แนะนำให้ผู้ใหญ่อายุ 18 ถึง 60 ปีนอน 7 ชั่วโมงขึ้นไป และวัยรุ่นอายุ 13 ถึง 17 ปีนอน 8 ถึง 10 ชั่วโมง และระบุว่าการนอนให้พอช่วยให้ความใส่ใจและความจำพร้อมสำหรับกิจกรรมในแต่ละวัน เมื่อนอนน้อยติดกันหลายคืน ช่วงต้นของงานอาจยังพอฝืนได้ แต่พอทำไปนาน ๆ ความง่วงจะชัดขึ้นจนสมาธิหลุด

ทำสิ่งเดียวนานโดยไม่ได้พัก

ประชุมที่ลากยาวต่อกันหลายชั่วโมง ถนนโล่งที่เห็นภาพเดิมตลอดทาง หรือการนั่งอ่านหนังสือเล่มเดียวโดยไม่ลุกจากโต๊ะ ล้วนเป็นการทำสิ่งเดียวซ้ำ ๆ นานโดยไม่มีช่วงพัก ยิ่งนั่งนิ่งไม่ได้ขยับร่างกาย ยิ่งรู้สึกเฉื่อยและเหม่อง่าย

ช่วงบ่ายหลังมื้อเที่ยง และช่วงเช้ามืด

หลายคนรู้สึกง่วงช่วงบ่ายหลังมื้อเที่ยง โดยเฉพาะหลังมื้อใหญ่ ประชุมหรือคาบเรียนช่วงบ่ายจึงมักเป็นช่วงที่สมาธิหลุดง่าย ส่วนการขับรถ NIOSH ของ CDC ระบุว่าแรงผลักให้หลับจะรุนแรงที่สุดในช่วงเช้ามืด การขับรถช่วงนั้นจึงเสี่ยงเป็นพิเศษ

มือถือและการแจ้งเตือน

ข้อความ อีเมล และการแจ้งเตือนจากแอปที่เด้งขึ้นมาระหว่างประชุมหรือระหว่างอ่านหนังสือ อาจทำให้เสียสมาธิไปจากสิ่งที่ทำอยู่ได้

ดื่มน้ำน้อยโดยไม่รู้ตัว

เมื่อจดจ่อกับงาน อยู่ในห้องแอร์ หรือขับรถยาว หลายคนดื่มน้ำน้อยโดยไม่รู้ตัว NHS ของสหราชอาณาจักรแนะนำให้ดื่มของเหลววันละราว 6 ถึง 8 แก้ว โดยน้ำเปล่า นมไขมันต่ำ และเครื่องดื่มน้ำตาลน้อย รวมถึงชาและกาแฟ นับรวมได้ และให้ดูว่าปัสสาวะเป็นสีเหลืองอ่อนใส ในอากาศร้อนหรือเมื่อออกแรงนาน ๆ อาจต้องดื่มมากกว่านี้

ประชุมไปได้ครึ่งทางแล้วสมาธิหลุด เกิดจากอะไร ทำอย่างไรดี?

ประชุมที่สมาธิหลุดกลางทางมักมาจากหลายอย่างรวมกัน ทั้งนอนไม่พอเมื่อคืน นั่งฟังนานโดยไม่ได้ขยับ ประชุมช่วงบ่ายหลังมื้อเที่ยง และบางครั้งก็เสียสมาธิไปกับการแจ้งเตือนมือถือ สิ่งที่ทำได้มีทั้งก่อนประชุม ระหว่างประชุม และในระยะยาว

ก่อนประชุม

  • ดูวาระล่วงหน้า และจดคำถามหรือประเด็นที่อยากพูดไว้ 2 ถึง 3 ข้อ การมีสิ่งที่รอฟังทำให้ตามประชุมได้ง่ายขึ้น
  • ถ้าเป็นคนจัดประชุม ตั้งเวลาจบให้ชัด และถ้าต้องประชุมนาน ให้ใส่ช่วงพักสั้น ๆ ไว้ในวาระ
  • ถ้าประชุมช่วงบ่าย เลือกมื้อเที่ยงที่ไม่หนักเกินไป
  • เตรียมน้ำไว้ข้างตัว

ระหว่างประชุม

  • ปิดการแจ้งเตือนมือถือและคอมพิวเตอร์ หรือคว่ำมือถือไว้ให้พ้นสายตา
  • จดประเด็นด้วยมือหรือสรุปสั้น ๆ เป็นระยะ เพื่อให้ยังมีส่วนร่วมกับเนื้อหา
  • ถ้ารู้สึกเริ่มเหม่อ ลุกยืนหรือยืดตัวเมื่อทำได้ หรือขอพักสั้น ๆ ถ้าประชุมยาว
  • จิบน้ำเป็นระยะ

ในระยะยาว

ถ้าสมาธิหลุดแทบทุกประชุม ลองดูเวลานอนก่อน CDC แนะนำให้เข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมทุกวัน ปิดหน้าจออย่างน้อย 30 นาทีก่อนนอน เลี่ยงมื้อใหญ่และแอลกอฮอล์ก่อนนอน เลี่ยงคาเฟอีนช่วงบ่ายถึงเย็น และขยับร่างกายเป็นประจำ ถ้าคืนก่อนนอนแล้วยังมีเรื่องงานวนในหัวจนหลับยาก อ่านต่อได้ในนอนไม่หลับ สมองไม่หยุดคิด ทำอย่างไรดี?

ขับรถทางไกลนาน ๆ ทำอย่างไรให้มีสมาธิตลอดทาง?

เริ่มจากนอนให้พอก่อนออกเดินทาง วางแผนจุดพักไว้ล่วงหน้า และเมื่อเริ่มง่วงให้แวะจอดพักในจุดที่จอดได้ทันที การขับรถเป็นเรื่องที่สมาธิหลุดแล้วอันตรายที่สุด เพราะการเผลอหลับเพียงไม่กี่วินาทีก็ทำให้รถออกนอกเลนได้

เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง

  • นอนให้พอในคืนก่อนเดินทาง รายงานของ CDC แนะนำให้ผู้ขับขี่นอน 7 ถึง 9 ชั่วโมง และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับ
  • วางแผนเส้นทางและจุดพัก ประมวลกฎจราจร (Highway Code) ของสหราชอาณาจักรแนะนำให้พักอย่างน้อย 15 นาทีหลังขับทุก 2 ชั่วโมง
  • เลี่ยงการออกเดินทางช่วงเช้ามืดหลังนอนน้อย เพราะเป็นช่วงที่ง่วงที่สุด
  • ถ้าเดินทางไกลกับคนอื่น ผลัดกันขับ
  • ถ้าใช้ยาประจำ ยาบางชนิดอาจทำให้ง่วง ควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนขับรถทางไกล

สัญญาณว่าเริ่มง่วงจนไม่ควรขับต่อ

สัญญาณที่เห็นในตัวเอง สัญญาณที่เห็นจากการขับ
หาวบ่อย กะพริบตาบ่อย หนังตาหนัก ขยี้ตา รถส่ายออกนอกเลน หรือล้อทับแถบเตือนข้างทาง
จดจ่อไม่ได้ เหม่อ ความคิดล่องลอย จำไม่ได้ว่าขับผ่านช่วงไม่กี่กิโลเมตรที่ผ่านมาอย่างไร
ศีรษะตก ตั้งคอได้ยาก ขับเลยทางออกหรือไม่ทันเห็นป้าย
กระสับกระส่าย หงุดหงิด ขับจี้คันหน้าโดยไม่รู้ตัว

สัญญาณเหล่านี้มาจากสื่อการสอนของ NIOSH และรายงานของ CDC NIOSH ยังระบุว่าความง่วงทำให้ตอบสนองต่อสภาพถนนช้าลง ตัดสินใจพลาด มองเห็นแคบลง และอาจเผลอหลับเป็นช่วงสั้น ๆ

เมื่อเริ่มง่วงระหว่างทาง

รายงานของ CDC ระบุว่าสิ่งเดียวที่ควรทำเมื่อเริ่มง่วงขณะขับ คือออกจากถนนแล้วพักจนหายง่วง NIOSH แนะนำให้จอดรถแล้วงีบสั้น ๆ ก่อนขับต่อ ถ้ายังง่วงอยู่ ให้พักต่อหรือให้คนอื่นขับแทน

สิ่งที่ไม่ได้ช่วยให้หายง่วง

รายงานของ CDC ระบุว่า การเปิดวิทยุดัง เปิดหน้าต่าง หรือเปิดแอร์แรง ไม่พบว่าได้ผล สื่อการสอนของ NIOSH ยังระบุว่า ถ้าต้องเปิดหน้าต่าง เปิดเพลงดัง หรือหยิกตัวเองเพื่อให้ตื่นอยู่ แปลว่าง่วงจนเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุแล้ว และการคุยโทรศัพท์ขณะขับก็ไม่ได้ช่วยให้ตื่นแต่ยังเพิ่มความเสี่ยงชน

ตัวเลขที่ควรรู้

  • NIOSH ระบุว่า การตื่นต่อเนื่อง 17 ชั่วโมงส่งผลต่อการขับขี่ใกล้เคียงกับระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 0.05% และเมื่อตื่นครบ 24 ชั่วโมงใกล้เคียงกับ 0.10%
  • NIOSH ระบุว่าอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1 ใน 5 ครั้งเกี่ยวข้องกับความเหนื่อยล้าของผู้ขับ
  • รายงานของ CDC พบว่า 4.2% ของผู้ใหญ่ที่ตอบแบบสำรวจเคยเผลอหลับขณะขับรถอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 30 วันก่อนหน้า
  • สื่อการสอนของ NIOSH ระบุว่า ผู้ขับที่เผลอหลับเกือบ 60% บอกว่าเกิดขึ้นเมื่อขับมาไม่ถึง 1 ชั่วโมง และ 70% รู้สึกว่าตื่นพอที่จะขับได้ตอนเริ่มเดินทาง

ตัวเลขสุดท้ายนี้บอกว่า การรู้สึกสดชื่นตอนออกจากบ้านไม่ได้แปลว่าจะตื่นตัวไปตลอดทาง ถ้าเมื่อคืนนอนน้อย ให้วางแผนพักให้ถี่ขึ้น

อ่านหนังสือสอบแล้วสมองตื้อ ทำอย่างไรให้มีสมาธิต่อเนื่อง?

อย่าตัดเวลานอนเพื่อเพิ่มเวลาอ่าน แบ่งการอ่านเป็นช่วงที่มีเป้าหมายชัด พักด้วยการลุกเดินแทนการเล่นมือถือ และวางมือถือไว้ไกลตัว ความรู้สึกสมองตื้อหลังอ่านไปนาน ๆ มักมาจากการนอนน้อยช่วงใกล้สอบ การนั่งอ่านแบบเดิมนานเกินไป และการถูกดึงความสนใจด้วยมือถือ

นอนให้พอแม้ช่วงใกล้สอบ

CDC แนะนำให้วัยรุ่นอายุ 13 ถึง 17 ปีนอน 8 ถึง 10 ชั่วโมง และผู้ใหญ่ 7 ชั่วโมงขึ้นไป การอ่านโต้รุ่งทำให้ได้ชั่วโมงอ่านเพิ่มในคืนนั้น แต่วันรุ่งขึ้นมักง่วงและจดจ่อได้น้อยลง การจัดตารางอ่านหนังสือคู่กับเวลานอน อ่านเพิ่มได้ในช่วงอ่านหนังสือสอบ จัดตารางอย่างไรดี?

แบ่งช่วงอ่านแล้วพักจริง

  • ตั้งเป้าหมายของแต่ละช่วงให้ชัด เช่น อ่านบทนี้ให้จบ หรือทำโจทย์ชุดนี้ให้ครบ แทนการตั้งว่าจะนั่งอ่านหลายชั่วโมง
  • พักสั้น ๆ ระหว่างช่วงด้วยการลุกเดิน ยืดตัว หรือมองไปไกล ๆ การพักด้วยการไถมือถือมักทำให้กลับมาอ่านต่อยาก
  • สลับวิธีอ่าน เช่น อ่านแล้วสรุปเองด้วยคำของตัวเอง ทำข้อสอบเก่า หรืออธิบายให้เพื่อนฟัง เพื่อไม่ให้เป็นการอ่านแบบเดิมซ้ำ ๆ จนเหม่อ
  • จัดเรื่องที่ต้องใช้ความคิดมากไว้ในช่วงที่ตัวเองตื่นตัวที่สุดของวัน

จัดที่อ่านหนังสือให้ดึงสมาธิน้อยที่สุด

  • วางมือถือไว้อีกห้องหรือในลิ้นชัก และปิดการแจ้งเตือนในช่วงอ่าน
  • เตรียมทุกอย่างที่ต้องใช้ไว้บนโต๊ะก่อนเริ่ม เพื่อไม่ต้องลุกหาของบ่อย
  • วางน้ำไว้ใกล้ตัว และจิบเป็นระยะ

กาแฟและเครื่องดื่มชูกำลัง

CDC แนะนำให้เลี่ยงคาเฟอีนช่วงบ่ายถึงเย็น เพราะอาจทำให้นอนหลับยากในคืนนั้น การดื่มเพื่ออ่านต่อดึก ๆ จึงอาจทำให้วันรุ่งขึ้นง่วงกว่าเดิม

ในชีวิตประจำวัน มีอะไรที่ช่วยให้จดจ่อได้นานขึ้นบ้าง?

ไม่ว่าจะเป็นประชุม ขับรถ หรืออ่านหนังสือ พื้นฐานที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์คล้ายกัน

เรื่อง สิ่งที่ทำได้
การนอน ผู้ใหญ่นอน 7 ชั่วโมงขึ้นไป เข้านอนและตื่นเวลาเดิม ปิดหน้าจออย่างน้อย 30 นาทีก่อนนอน (CDC)
การพัก แบ่งงานเป็นช่วงแล้วลุกจากที่ ถ้าขับรถ พักอย่างน้อย 15 นาทีทุก 2 ชั่วโมง (Highway Code)
มื้ออาหาร เลือกมื้อเที่ยงที่ไม่หนักเกินไปถ้ามีงานสำคัญช่วงบ่าย และไม่ข้ามมื้อ
น้ำ ดื่มของเหลวราว 6 ถึง 8 แก้วต่อวัน ดื่มมากขึ้นเมื่ออากาศร้อนหรือออกแรง (NHS)
มือถือ ปิดการแจ้งเตือนในช่วงที่ต้องจดจ่อ และวางให้พ้นสายตา
การขยับร่างกาย ขยับร่างกายเป็นประจำ และลุกเดินระหว่างวัน

NHS ของสหราชอาณาจักรระบุว่า การนอนไม่พอและการใช้ชีวิตที่กินไม่ดีและไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของความรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา และแนะนำให้กินอาหารให้หลากหลาย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และเลี่ยงคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และหน้าจอในชั่วโมงก่อนนอน

เมื่อไรควรไปพบแพทย์?

สมาธิที่หลุดเป็นครั้งคราวเมื่อนอนน้อยหรือทำงานนานเป็นเรื่องที่เกิดได้กับทุกคน แต่ควรปรึกษาแพทย์เมื่อ

  • รู้สึกเหนื่อยมาหลายสัปดาห์โดยไม่รู้สาเหตุ หรือเหนื่อยจนกระทบชีวิตประจำวัน (NHS)
  • เหนื่อยร่วมกับอาการอื่น เช่น น้ำหนักลดหรืออารมณ์เปลี่ยนไป (NHS)
  • ยังรู้สึกง่วงหรือเหนื่อยแม้นอนพอแล้ว ซึ่ง CDC ระบุว่าเป็นสัญญาณหนึ่งของการนอนที่ไม่มีคุณภาพ
  • ลืมบ่อยหรือจดจ่อไม่ได้ต่อเนื่องจนกระทบงานหรือการเรียน
  • เคยเผลอหลับหรือเกือบหลับขณะขับรถ
  • ใช้ยาประจำแล้วรู้สึกง่วงระหว่างวัน ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ถ้าไปพบแพทย์ ลองจดเวลานอน ช่วงเวลาที่สมาธิหลุด และสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนั้นไว้สัก 1 ถึง 2 สัปดาห์ จะช่วยให้คุยกับแพทย์ได้ง่ายขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ประชุมไปได้ครึ่งทางแล้วสมาธิหลุด เกิดจากอะไร ทำอย่างไรดี?

ส่วนใหญ่มาจากหลายอย่างรวมกัน ทั้งนอนไม่พอเมื่อคืน นั่งฟังนานโดยไม่ได้ขยับ ประชุมหลังมื้อเที่ยง และบางครั้งก็เสียสมาธิไปกับการแจ้งเตือนมือถือ สิ่งที่ทำได้คือ ตั้งวาระและเวลาจบให้ชัด ขอพักสั้น ๆ ถ้าประชุมยาว ลุกยืนหรือเดินเมื่อทำได้ จดประเด็นด้วยมือ ปิดการแจ้งเตือนระหว่างประชุม และจิบน้ำเป็นระยะ ในระยะยาว CDC แนะนำให้ผู้ใหญ่นอน 7 ชั่วโมงขึ้นไป

ขับรถทางไกลนาน ๆ ทำอย่างไรให้มีสมาธิตลอดทาง?

เริ่มจากนอนให้พอก่อนออกเดินทาง วางแผนจุดพักไว้ล่วงหน้า โดยประมวลกฎจราจรของสหราชอาณาจักรแนะนำให้พักอย่างน้อย 15 นาทีทุก 2 ชั่วโมงของการขับ และเลี่ยงการขับช่วงเช้ามืดซึ่งเป็นช่วงที่ง่วงที่สุด ถ้าเริ่มง่วงระหว่างทาง ให้แวะจอดในจุดที่จอดได้ แล้วงีบสั้น ๆ ก่อนขับต่อ การเปิดเพลงดังหรือเปิดหน้าต่างไม่ได้ช่วย

อ่านหนังสือสอบแล้วสมองตื้อ ทำอย่างไรให้มีสมาธิต่อเนื่อง?

อย่าตัดเวลานอนเพื่อเพิ่มเวลาอ่าน CDC แนะนำให้วัยรุ่นอายุ 13 ถึง 17 ปีนอน 8 ถึง 10 ชั่วโมง และผู้ใหญ่ 7 ชั่วโมงขึ้นไป แบ่งการอ่านเป็นช่วงที่มีเป้าหมายชัด พักสั้น ๆ ด้วยการลุกเดินแทนการเล่นมือถือ วางมือถือไว้ไกลตัว สลับวิธีอ่าน เช่น สรุปเองหรือทำข้อสอบเก่า และเลี่ยงคาเฟอีนช่วงบ่ายถึงเย็นเพื่อไม่ให้กระทบการนอน

ง่วงตอนขับรถ เปิดแอร์เย็น ๆ หรือเปิดเพลงดัง ๆ ช่วยได้ไหม?

ไม่ได้ช่วย รายงานของ CDC ระบุว่าการเปิดวิทยุดัง เปิดหน้าต่าง หรือเปิดแอร์แรง ไม่พบว่าได้ผล และสิ่งเดียวที่ควรทำเมื่อเริ่มง่วงคือออกจากถนนแล้วพักจนหายง่วง สื่อการสอนของ NIOSH ยังระบุว่า ถ้าต้องใช้วิธีเหล่านี้เพื่อให้ตื่นอยู่ แปลว่าง่วงจนเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุแล้ว

สมาธิไม่ดีแบบนี้ ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

NHS แนะนำให้พบแพทย์เมื่อรู้สึกเหนื่อยมาหลายสัปดาห์โดยไม่รู้สาเหตุ เหนื่อยจนกระทบชีวิตประจำวัน หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น น้ำหนักลดหรืออารมณ์เปลี่ยนไป ควรปรึกษาแพทย์ด้วยถ้าลืมบ่อยหรือจดจ่อไม่ได้ต่อเนื่องจนกระทบงานหรือการเรียน ยังง่วงกลางวันทั้งที่นอนพอแล้ว หรือเคยเกือบหลับขณะขับรถ