น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณรายละเอียด
บริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006·ร้านค้าทางการบน SHOPEE · LAZADA · TIKTOK SHOP · LINEบริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006
ช่องทางการสั่งซื้อ
JAPAN QUALITY·輝く毎日を、内側から。·GMP · ISO · HACCP · FSSC 22000 · HALAL CERTIFIED
ร่างกายทำงานอย่างไร

ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองบ่อย ดูแลผิวอย่างไร?

·
ผิวแพ้ง่าย แสบ หรือระคายเคืองบ่อย และผิวแห้งจากการอยู่ห้องแอร์ทั้งวัน ดูแลจากภายนอกเป็นหลัก ไม่ใช่ด้วยอาหารหรือเครื่องดื่ม คือใช้น้ำอุ่นและคลีนเซอร์ที่ไม่ใช่สบู่และไม่มีน้ำหอม ทามอยส์เจอไรเซอร์ขณะผิวยังหมาด หยุดผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แสบ ทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ก่อนใช้ และรักษาความชื้นในห้องราว 30-50%

ผิวแพ้ง่าย แสบ หรือระคายเคืองบ่อย และผิวแห้งจากการอยู่ห้องแอร์ทั้งวัน ดูแลได้ด้วยการดูแลผิวจากภายนอกเป็นหลัก ไม่ใช่ด้วยอาหารหรือเครื่องดื่ม สิ่งที่ทำได้คือล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและคลีนเซอร์ที่ไม่ใช่สบู่และไม่มีน้ำหอม ทามอยส์เจอไรเซอร์ขณะผิวยังหมาด หยุดผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แสบ ทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ก่อนใช้ และรักษาความชื้นในห้องราว 30-50%

ผิวแพ้ง่ายคืออะไร และเกี่ยวกับเกราะป้องกันผิวอย่างไร?

ผิวแพ้ง่าย

DermNet อธิบายว่าผิวแพ้ง่ายคือภาวะที่ผิวรู้สึกแสบ ร้อน เจ็บ คัน หรือเสียวแปลบ ต่อสิ่งที่ปกติไม่ควรทำให้รู้สึกเช่นนั้น ความรู้สึกเหล่านี้มักมากกว่าสิ่งที่มองเห็นบนผิว และพบบ่อยที่ใบหน้าและข้อพับ ภาวะนี้พบได้บ่อยมาก โดย DermNet ระบุว่าพบในผู้หญิงราว 60-70% และผู้ชายราว 50-60% ทั่วโลก

เกราะป้องกันผิว

เกราะป้องกันผิวคือผิวชั้นนอกสุด หรือชั้นขี้ไคล ซึ่งอาศัยไขมัน โดยเฉพาะเซราไมด์ ที่อัดแน่นอยู่ระหว่างเซลล์ ทำหน้าที่กักเก็บน้ำไว้ในผิวและกันสิ่งระคายเคืองจากภายนอก ความชุ่มชื้นและความสบายผิวจึงขึ้นอยู่กับว่าโครงสร้างนี้สมบูรณ์เพียงใด

ผิวแห้งเป็นอย่างไร

ผิวแห้งให้ความรู้สึกตึงและสาก อาจดูเป็นขุยหรือเป็นสะเก็ด บางครั้งมีรอยแตกเล็ก ๆ แดง หรือคัน เกิดขึ้นเมื่อสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติและไขมันที่ผิวชั้นนอกลดลง ผิวจึงกักเก็บน้ำได้น้อยกว่าปกติ และน้ำระเหยออกทางผิวได้ง่ายขึ้น ซึ่งเรียกว่าการสูญเสียน้ำผ่านผิวหนัง (transepidermal water loss หรือ TEWL)

อะไรทำให้ผิวระคายเคืองบ่อยและเกราะผิวอ่อนแอ?

ปัจจัยภายใน

ผิวสร้างไขมันที่ผิวชั้นนอกได้น้อยลงตามอายุ และองค์ประกอบก็เปลี่ยนไป ความสามารถในการกักเก็บน้ำจึงลดลง

สิ่งกระตุ้นที่พบบ่อย

DermNet แบ่งสิ่งที่กระตุ้นผิวแพ้ง่ายออกเป็นกลุ่ม ดังนี้

กลุ่ม ตัวอย่าง
สิ่งแวดล้อม ความร้อน ความเย็น ความชื้นต่ำ มลภาวะทางอากาศ รังสียูวี
ผลิตภัณฑ์ น้ำหอม สารกันเสียบางชนิด กรดผลัดผิวกลุ่ม AHA สบู่
อื่น ๆ งานที่มือเปียกน้ำบ่อย เหงื่อ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความเครียด แอลกอฮอล์

นอกจากนี้ การอาบน้ำร้อนนาน ๆ สารชำระล้างที่รุนแรง และการขัดถูผิว ล้วนชะล้างไขมันออกเร็วกว่าที่ผิวสร้างทดแทนได้

ทำไมทาอะไรก็แสบ?

เมื่อเกราะผิวบางลง ส่วนผสมที่เดิมไม่เคยเป็นปัญหา เช่น น้ำหอม กรดผลัดผิว หรือเซรั่มที่มีสารออกฤทธิ์ อาจทำให้แสบได้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเกราะผิวที่อ่อนแอลง แต่บางครั้งอาจเป็นการแพ้ส่วนผสมบางชนิด หากแสบหรือแดงซ้ำ ๆ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองบ่อย ควรดูแลเกราะป้องกันผิวอย่างไร?

ล้างและอาบน้ำอย่างอ่อนโยน

  • อาบน้ำด้วยน้ำอุ่นแทนน้ำร้อน ไม่เกิน 5 ถึง 10 นาที (American Academy of Dermatology หรือ AAD)
  • ใช้คลีนเซอร์ที่ไม่ใช่สบู่และไม่มีน้ำหอม (DermNet)
  • ล้างหน้าด้วยปลายนิ้ว ไม่ใช้ผ้าขนหนูหรือฟองน้ำถู ไม่ขัดถู แล้วซับให้แห้งด้วยผ้านุ่ม (AAD)

ทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ถูกจังหวะ

AAD แนะนำให้ทามอยส์เจอไรเซอร์ขณะผิวยังหมาดหลังอาบน้ำ หลังล้างมือ และทุกครั้งที่รู้สึกว่าผิวแห้ง

เลือกมอยส์เจอไรเซอร์แบบไหน

  • ครีมหรือขี้ผึ้งให้ความชุ่มชื้นได้มากกว่าโลชั่น
  • ส่วนผสมที่ AAD ยกตัวอย่างว่าพบในมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวแห้ง ได้แก่ กลีเซอรีน กรดไฮยาลูโรนิก เชียบัตเตอร์ ปิโตรลาทัม ไดเมทิโคน น้ำมันโจโจบา ลาโนลิน มิเนอรัลออยล์ และกรดแล็กติก
  • เมื่อผิวแพ้ง่าย เลือกชนิดที่ไม่มีน้ำหอม และพักน้ำหอม เซรั่มที่มีสารออกฤทธิ์ และกรดผลัดผิวไว้ก่อน

ทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ก่อนใช้

AAD แนะนำให้ทาผลิตภัณฑ์ใหม่บนผิวบริเวณเล็ก ๆ ขนาดประมาณเหรียญ ในจุดที่ไม่ถูกเช็ดหรือล้างออก เช่น ท้องแขนหรือข้อพับศอก วันละสองครั้งเป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน หากไม่มีอาการแดง คัน หรือบวม จึงค่อยใช้ตามปกติ หากมีอาการ ให้ล้างออกเบา ๆ ทันทีและไม่ใช้อีก

กันแดด

DermNet แนะนำให้ป้องกันแสงแดดด้วยเสื้อผ้า หมวก และครีมกันแดดชนิดปกป้องกว้าง เพราะรังสียูวีเป็นหนึ่งในสิ่งกระตุ้นผิวแพ้ง่าย

ทำงานในห้องแอร์ทั้งวันแล้วผิวแห้งมาก ทำอย่างไรได้บ้าง?

DermNet ระบุว่าการใช้เครื่องปรับอากาศมากเกินไปและความชื้นต่ำเป็นสาเหตุของผิวแห้ง การนั่งในห้องแอร์ทั้งวันจึงทำให้ผิวสูญเสียน้ำได้ง่าย สิ่งที่ทำได้มีดังนี้

  • ความชื้นในห้อง สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) แนะนำให้รักษาความชื้นสัมพัทธ์ในอาคารต่ำกว่า 60% และควรอยู่ระหว่าง 30-50% หากใช้เครื่องเพิ่มความชื้น AAD แนะนำให้ทำความสะอาดเครื่องสม่ำเสมอเพื่อป้องกันเชื้อรา
  • มอยส์เจอไรเซอร์ระหว่างวัน ทาหลังล้างมือและเมื่อรู้สึกตึง พกขนาดเล็กไว้ที่โต๊ะทำงาน
  • ริมฝีปาก ทาลิปบาล์มหรือปิโตรเลียมเจลลี่
  • เสื้อผ้า AAD แนะนำเสื้อผ้าผ้าฝ้ายที่หลวม และให้มีชั้นผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมรองใต้ผ้าเนื้อหยาบ

ไม่มีอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดใดที่แก้ผิวแห้งจากห้องแอร์ได้ การดูแลจึงอยู่ที่ผิวภายนอกและสภาพห้องเป็นหลัก

ควรพบแพทย์ผิวหนังเมื่อใด?

DermNet แนะนำให้พบแพทย์ผิวหนังหากอาการผิวแพ้ง่ายเป็นต่อเนื่อง เพื่อแยกภาวะผิวอื่นที่ต้องได้รับการดูแลเฉพาะ และ AAD แนะนำให้พบแพทย์หากผิวยังแห้งหลังทำตามคำแนะนำข้างต้นแล้ว ควรพบแพทย์เช่นกันหากผิวแห้งจนแตกเป็นร่อง คันมากโดยไม่ดีขึ้น มีน้ำเหลือง เจ็บ หรือลุกลาม

คำถามที่พบบ่อย

ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองบ่อย ควรดูแลเกราะป้องกันผิวอย่างไร?

ล้างหน้าและอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นไม่เกิน 5 ถึง 10 นาที ใช้คลีนเซอร์ที่ไม่ใช่สบู่และไม่มีน้ำหอม ซับตัวเบา ๆ แล้วทามอยส์เจอไรเซอร์ทันทีขณะผิวยังหมาด หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แสบ พักน้ำหอมและกรดผลัดผิวไว้ก่อน ทาครีมกันแดดชนิดปกป้องกว้าง และทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่บนผิวบริเวณเล็ก ๆ ก่อนใช้ทั่วใบหน้า หากอาการเป็นต่อเนื่องควรพบแพทย์ผิวหนัง

ทำงานในห้องแอร์ทั้งวันแล้วผิวแห้งมาก ดูแลจากภายในได้อย่างไร?

ดูแลจากภายนอกเป็นหลัก ไม่ใช่ด้วยอาหารหรือเครื่องดื่ม ได้แก่ ทามอยส์เจอไรเซอร์หลังล้างมือและล้างหน้า ทาลิปบาล์ม และรักษาความชื้นในห้องราว 30-50% ด้วยเครื่องเพิ่มความชื้นถ้าทำได้

ทำไมทาอะไรก็แสบ?

เมื่อเกราะผิวบางลง ส่วนผสมที่เดิมไม่เคยเป็นปัญหา เช่น น้ำหอม กรดผลัดผิว หรือเซรั่มที่มีสารออกฤทธิ์ อาจทำให้แสบได้ แต่บางครั้งอาจเป็นการแพ้ส่วนผสมบางชนิด หากแสบหรือแดงซ้ำ ๆ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

ลองผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างไรเมื่อผิวแพ้ง่าย?

American Academy of Dermatology แนะนำให้ทาผลิตภัณฑ์ใหม่บนผิวบริเวณเล็ก ๆ ขนาดประมาณเหรียญ เช่น ท้องแขนหรือข้อพับศอก วันละสองครั้งเป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน หากไม่มีอาการแดง คัน หรือบวม จึงค่อยใช้ตามปกติ หากมีอาการ ให้ล้างออกเบา ๆ ทันที ไม่ใช้อีก และประคบเย็นหรือทาปิโตรเลียมเจลลี่ได้

เกราะป้องกันผิวคืออะไร?

เกราะป้องกันผิวคือผิวชั้นนอกสุด (ชั้นขี้ไคล) ซึ่งอาศัยไขมัน โดยเฉพาะเซราไมด์ ที่อัดแน่นอยู่ระหว่างเซลล์ ทำหน้าที่กักเก็บน้ำไว้ในผิวและกันสิ่งระคายเคืองจากภายนอก
แหล่งอ้างอิง
  1. DermNet: Sensitive skin ↗
  2. DermNet: Dry skin ↗
  3. American Academy of Dermatology: Dermatologists' tips for relieving dry skin ↗
  4. American Academy of Dermatology: How to test skin care products ↗
  5. American Academy of Dermatology: Face washing 101 ↗
  6. U.S. EPA: A Brief Guide to Mold, Moisture and Your Home ↗
ข้อมูลอ้างอิงเชิงให้ความรู้ทั่วไป — ไม่ใช่การอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์