น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณรายละเอียด
บริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006·ร้านค้าทางการบน SHOPEE · LAZADA · TIKTOK SHOP · LINEบริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006
ช่องทางการสั่งซื้อ
JAPAN QUALITY·輝く毎日を、内側から。·GMP · ISO · HACCP · FSSC 22000 · HALAL CERTIFIED
ดูแลประจำวัน

ทำงานหนักจนเพลียทั้งวัน สมองล้า ดูแลอย่างไร?

·
ความเพลียทั้งกายและสมองหลังวันทำงานยาว ๆ มักสะสมจากการนอนน้อย ทำงานนานโดยไม่ได้พัก กินไม่เป็นเวลา ดื่มน้ำน้อย และนั่งทั้งวัน ควรเริ่มจากการนอน การพักสั้น ๆ บ่อย ๆ การกินให้เป็นเวลา และการดื่มน้ำ ถ้าเพลียหลายสัปดาห์โดยไม่รู้สาเหตุควรพบแพทย์

เพลียหมดแรงตั้งแต่บ่าย และพอถึงเย็นก็สมองล้าจนคิดอะไรไม่ค่อยออก เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในช่วงที่งานหนัก ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว แต่เป็นการนอนน้อย นั่งทำงานหน้าจอต่อเนื่องนานโดยไม่ได้พัก ข้ามมื้อหรือกินช้า ดื่มน้ำน้อย และนั่งทั้งวัน ที่สะสมรวมกัน สิ่งที่ควรดูก่อนคือการนอน การพักสั้น ๆ ให้บ่อย การกินให้เป็นเวลา การดื่มน้ำ และช่วงเวลาที่ดื่มคาเฟอีน ถ้าเพลียมาหลายสัปดาห์โดยไม่รู้สาเหตุ ควรไปพบแพทย์

ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ วันทำงานหนักมักเริ่มจากการรีบขึ้นรถไฟฟ้าหรือฝ่ารถติดตั้งแต่เช้า ต่อด้วยประชุมติดกันทั้งวันกับข้อความในกลุ่มแชตที่เด้งไม่หยุด แล้วจบด้วยโอทีหรือมื้อเย็นที่ดึก แต่ละอย่างลำพังยังพอรับไหว แต่เมื่อเกิดซ้ำทุกวัน ก็แทบไม่เหลือเวลาให้ร่างกายได้พัก

ทำไมช่วงงานหนักถึงเพลียทั้งวัน?

NHS ของสหราชอาณาจักรระบุว่าความเหนื่อยล้าจำนวนมากเกิดจากความเครียด การนอนไม่พอ การกินที่ไม่ดี และปัจจัยด้านการใช้ชีวิตอื่น ๆ ส่วนหน่วยงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของสหราชอาณาจักร (HSE) ระบุเพิ่มว่าการทำงานเป็นเวลานานโดยไม่มีเวลาพักที่เพียงพอเมื่อเทียบกับงาน ทำให้เกิดความล้าได้

สิ่งที่มักเกิดในวันที่งานหนัก

สิ่งที่เกิดขึ้น สะสมอย่างไร แหล่งข้อมูล
นอนน้อยหรือนอนไม่เป็นเวลา การนอนที่ขาดไปติดต่อไปถึงวันรุ่งขึ้น NHS, CDC
ทำงานต่อเนื่องนานโดยไม่ได้พัก งานไม่เหลือเวลาให้พัก HSE
ข้ามมื้อหรือกินช้า ท้องว่างนาน แล้วกินมื้อใหญ่ทีเดียว NHS
ดื่มน้ำน้อย ร่างกายขาดน้ำเล็กน้อยก็ทำให้รู้สึกเพลียได้ NHS
นั่งทั้งวัน ไม่ได้ขยับร่างกายเป็นเวลานาน NHS
ความเครียดสะสม เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ NHS ระบุ NHS

นอนน้อยจนสะสม

CDC ของสหรัฐอเมริการะบุว่าผู้ใหญ่อายุ 18–60 ปีต้องการการนอน 7 ชั่วโมงขึ้นไป ถ้าโอที มื้อเย็นที่ดึก และการเลื่อนมือถือก่อนนอน ทำให้เข้านอนเลยเที่ยงคืน แต่นาฬิกาปลุกยังดังตอนหกโมงเช้า การนอนที่ขาดไปจะเพิ่มขึ้นทุกวันทำงาน

มื้ออาหารที่เลื่อนไปเรื่อย ๆ

ในวันที่ยุ่ง มื้อเช้ากลายเป็นกาแฟแก้วเดียวระหว่างทาง มื้อกลางวันกินหน้าคอมหรือข้ามไป แล้วมื้อเย็นมาดึกและหนัก NHS แนะนำให้กินมื้อหลักและของว่างที่ดีต่อสุขภาพทุก 3–4 ชั่วโมง แทนการกินมื้อใหญ่แต่นาน ๆ ครั้ง

ทำไมประชุมและทำงานหน้าจอทั้งวันแล้วรู้สึกสมองล้า?

HSE อธิบายความล้าว่าเป็นการที่ความสามารถทางใจและ/หรือทางกายลดลง ซึ่งเป็นผลจากการใช้แรงต่อเนื่องเป็นเวลานาน การนอนไม่พอ และ/หรือนาฬิกาชีวิตที่รวน ผลที่ HSE ระบุ เช่น ตอบสนองช้าลง ประมวลข้อมูลได้น้อยลง จำพลาด และเหม่อ หลายคนรู้จักในรูปของอีเมลง่าย ๆ ฉบับเดียวที่ต้องเขียนใหม่สามรอบตอนห้าโมงเย็น

ทำงานหน้าจอหลายชั่วโมงโดยไม่ได้ขยับ

งานหน้าจอทำให้สายตา ความสนใจ และท่าทางอยู่กับที่เป็นเวลานาน เมื่อประชุมออนไลน์ต่อกันไม่มีช่องว่าง และกินข้าวกลางวันหน้าแล็ปท็อป ทั้งวันก็แทบไม่มีช่วงที่ได้หยุดจริง ๆ

ข้อความงานที่ไม่เคยหยุด

กลุ่มแชตและอีเมลที่ยังเข้ามาหลังเลิกงาน ทำให้งานไม่ได้จบลงจริงเมื่อออกจากออฟฟิศ เรื่องเวลาพักที่ HSE พูดถึงจึงรวมถึงช่วงเย็นด้วย

ระหว่างวันทำงาน ทำอะไรได้บ้าง?

พักสั้น ๆ แต่บ่อย

HSE แนะนำให้พักสั้น ๆ แต่บ่อย ดีกว่าพักนาน ๆ แต่นาน ๆ ครั้ง เช่น พัก 5–10 นาทีทุกชั่วโมง ดีกว่าพัก 20 นาทีทุก 2 ชั่วโมง ช่วงพักควรได้ลุกจากโต๊ะและเดินไปมา หรืออย่างน้อยได้ยืดเส้นยืดสายและเปลี่ยนท่า ทั้งนี้ HSE ระบุว่าไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าต้องพักนานหรือบ่อยแค่ไหน

แทนที่จะ ลอง
ทำงานยาวรวดเดียวจนถึงเที่ยง ลุกยืน 5–10 นาทีทุกชั่วโมง
กินข้าวกลางวันที่โต๊ะ กินให้ห่างจากหน้าจอ
ประชุมออนไลน์ติดกัน เว้นช่วงสั้น ๆ ระหว่างประชุมเพื่อลุกเดิน

ขยับร่างกายบ้าง

NHS ระบุว่าแม้แต่การเดินครั้งเดียว 15 นาทีก็ช่วยให้รู้สึกมีแรงขึ้นได้ การเดินไปร้านข้าวตอนกลางวัน การขึ้นบันได หรือการลงรถไฟฟ้าก่อนถึงสถานีหนึ่งป้ายก็นับได้ คำแนะนำด้านการออกกำลังกายของ NHS แนะนำให้มีกิจกรรมระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และให้แทรกการขยับร่างกายระหว่างช่วงที่นั่งหรืออยู่นิ่งนาน ๆ

วางน้ำไว้ใกล้มือ

NHS ระบุว่าบางครั้งที่รู้สึกเพลียก็เพราะร่างกายขาดน้ำเล็กน้อย และแนะนำให้ดื่มน้ำสักแก้ว โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย ในออฟฟิศที่เปิดแอร์ทั้งวันมักลืมดื่มน้ำ แล้วก็ต้องออกไปเจอแดดร้อนตอนบ่าย

วันที่งานหนัก ควรกินและดื่มอย่างไร?

กินให้เป็นเวลา แทนมื้อใหญ่มื้อเดียว

NHS แนะนำให้กินมื้อหลักและของว่างที่ดีต่อสุขภาพทุก 3–4 ชั่วโมง แทนการกินมื้อใหญ่แต่นาน ๆ ครั้ง ถ้ามื้อกลางวันมักเลื่อนออกไป ของว่างเล็ก ๆ ช่วงสาย เช่น ผลไม้ โยเกิร์ต หรือถั่วสักกำมือ ช่วยให้ช่วงท้องว่างสั้นลงได้ หลายคนรู้สึกง่วงหลังข้าวจานใหญ่ตอนเที่ยงตามด้วยเครื่องดื่มหวาน ๆ

ดื่มน้ำให้พอ

NHS ระบุว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรแนะนำให้ดื่มของเหลววันละ 6–8 แก้ว และอาจต้องดื่มมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่อากาศร้อนหรือออกแรงเป็นเวลานาน น้ำเปล่า นมไขมันต่ำ และเครื่องดื่มน้ำตาลน้อย รวมถึงชาและกาแฟ นับรวมได้ทั้งหมด

กาแฟ ดื่มได้เท่าไรและถึงกี่โมง

ประเด็น คำแนะนำ แหล่งข้อมูล
ปริมาณต่อวัน คาเฟอีน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือราวกาแฟ 2–3 แก้วขนาด 12 ออนซ์ สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ US FDA
เครื่องดื่มชูกำลัง โดยทั่วไปมีคาเฟอีน 54–328 มิลลิกรัมต่อ 16 ออนซ์ US FDA
ฤทธิ์อยู่นานแค่ไหน นานถึง 7 ชั่วโมง NHS
ช่วงเวลา เลี่ยงคาเฟอีนช่วงบ่ายหรือเย็นเพื่อการนอนที่ดีขึ้น CDC

US FDA ให้ตัวเลข 400 มิลลิกรัมว่าเป็นปริมาณที่โดยทั่วไปไม่สัมพันธ์กับผลเสีย กาแฟเย็นแก้วใหญ่ตอนเช้า ชาไทยหลังมื้อเที่ยง และเครื่องดื่มชูกำลังตอนสี่โมงเย็น รวมกันได้เร็ว และแก้วหลัง ๆ อาจกินเวลานอนของคืนนั้น ถ้าอยากลด NHS แนะนำให้ค่อย ๆ ลดแทนการหยุดทันที

หลังเลิกงานและก่อนนอน ควรทำอย่างไร?

เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา

NHS แนะนำให้เข้านอนและตื่นเวลาเดิมทุกวัน ใช้เวลาผ่อนคลายก่อนนอน และเลี่ยงการงีบกลางวัน ตั้งเป้าให้ได้ 7 ชั่วโมงขึ้นไปตามที่ CDC ระบุสำหรับผู้ใหญ่ ถ้าทำงานดึก การกำหนดเวลาที่จะเลิกเช็กข้อความงาน ช่วยให้ช่วงเย็นกลายเป็นเวลาพักจริง ๆ

วันหยุด

NHS แนะนำให้ตื่นเวลาเดิมทุกวัน ในวันหยุดจึงลองตื่นให้ใกล้เคียงเวลาวันทำงาน และออกไปเจอแสงกลางวันข้างนอกบ้าง

เพลียจากงานแบบไหนควรไปพบแพทย์?

NHS แนะนำให้ไปพบแพทย์ถ้า

  • รู้สึกเพลียมาหลายสัปดาห์และไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร
  • ความเพลียกระทบชีวิตประจำวัน
  • เพลียร่วมกับอาการอื่น เช่น น้ำหนักลดหรืออารมณ์เปลี่ยน

จดสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อนไปพบแพทย์

  • เวลาทำงานตามปกติ รวมโอที ในช่วง 2–4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • เวลาเข้านอนและตื่นของแต่ละวัน
  • ปริมาณกาแฟ ชา และเครื่องดื่มชูกำลังที่ดื่มในแต่ละวัน
  • ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดที่ใช้อยู่
  • สิ่งอื่นที่สังเกตได้ เช่น น้ำหนักหรืออารมณ์ที่เปลี่ยนไป

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์เห็นภาพรวมได้ชัดขึ้น

ก่อนเริ่มผลิตภัณฑ์หรือยาใด ๆ

ถ้ามียาที่ใช้ประจำ ตั้งครรภ์ หรือไม่แน่ใจว่าสิ่งใดเหมาะกับตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้สิ่งใหม่ อย่าเริ่มใช้ยาเองโดยไม่ปรึกษา

คำถามที่พบบ่อย

ทำงานหนักจนเพลียทั้งวัน ควรเริ่มดูแลจากตรงไหน?

เริ่มจากการนอน การพัก การกิน และการดื่มน้ำ NHS ของสหราชอาณาจักรระบุว่าความเหนื่อยล้าจำนวนมากเกิดจากความเครียด การนอนไม่พอ การกินที่ไม่ดี และปัจจัยด้านการใช้ชีวิตอื่น ๆ ส่วนหน่วยงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของสหราชอาณาจักร (HSE) ระบุว่าการทำงานเป็นเวลานานโดยไม่มีเวลาพักที่เพียงพอเมื่อเทียบกับงานทำให้เกิดความล้าได้ ถ้ากำลังคิดจะเริ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือยาใด ๆ และมียาที่ใช้ประจำหรือไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ถ้าเพลียมาหลายสัปดาห์โดยไม่รู้สาเหตุ ควรไปพบแพทย์

ทำไมหลังวันทำงานยาว ๆ แล้วรู้สึกสมองช้า คิดอะไรไม่ค่อยออก?

HSE อธิบายว่าความล้าคือการที่ความสามารถทางใจและ/หรือทางกายลดลง ซึ่งเป็นผลจากการใช้แรงต่อเนื่องเป็นเวลานาน การนอนไม่พอ และ/หรือนาฬิกาชีวิตที่รวน ผลที่พบได้ เช่น ตอบสนองช้าลง ประมวลข้อมูลได้น้อยลง จำพลาด และเหม่อ การทำงานหน้าจอและประชุมต่อเนื่องโดยไม่ได้พัก บวกกับการนอนน้อย จึงสะสมกันได้

ทำงานหน้าจอทั้งวัน ควรพักบ่อยแค่ไหน?

HSE แนะนำให้พักสั้น ๆ แต่บ่อย ดีกว่าพักนาน ๆ แต่นาน ๆ ครั้ง เช่น พัก 5–10 นาทีทุกชั่วโมง ดีกว่าพัก 20 นาทีทุก 2 ชั่วโมง ช่วงพักควรได้ลุกจากโต๊ะและเดินไปมา หรืออย่างน้อยได้ยืดเส้นยืดสายและเปลี่ยนท่า

วันที่งานหนัก ดื่มกาแฟได้วันละเท่าไร?

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) อ้างถึงคาเฟอีน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือราวกาแฟ 2–3 แก้วขนาด 12 ออนซ์ ว่าเป็นปริมาณที่โดยทั่วไปไม่สัมพันธ์กับผลเสียสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ NHS ระบุว่าฤทธิ์ของคาเฟอีนอยู่ได้นานถึง 7 ชั่วโมง และ CDC ของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้เลี่ยงคาเฟอีนช่วงบ่ายหรือเย็นเพื่อการนอนที่ดีขึ้น

เพลียจากงานแบบไหนควรไปพบแพทย์?

NHS แนะนำให้ไปพบแพทย์ถ้ารู้สึกเพลียมาหลายสัปดาห์และไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร ถ้าความเพลียกระทบชีวิตประจำวัน หรือถ้าเพลียร่วมกับอาการอื่น เช่น น้ำหนักลดหรืออารมณ์เปลี่ยน