อายุ 30 ผิวเริ่มดูโทรม ควรเริ่มดูแลอย่างไร?
ผิวที่เริ่มดูโทรมในวัย 30 และริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา มาจากการเปลี่ยนแปลงตามวัยร่วมกับแสงแดดที่สะสมมาหลายปี สิ่งที่ควรเริ่มคือครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน ล้างหน้าอย่างอ่อนโยนเช้าและก่อนนอน ทามอยส์เจอไรเซอร์ทุกวัน ใส่แว่นกันแดดแทนการหยีตา ไม่สูบบุหรี่ และนอนให้พอ
อายุ 30 ผิวเริ่มดูโทรม ไม่สดใส เกิดจากอะไร?
ผิวที่ดูโทรมลงไม่ได้มีสาเหตุเดียว แต่เป็นผลรวมของการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ แสงแดด และนิสัยในชีวิตประจำวัน แต่ละคนอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วหรือช้าต่างกัน
การเปลี่ยนแปลงตามวัย
เมื่ออายุมากขึ้น การผลัดเซลล์ผิวช้าลง คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง และผิวกักเก็บน้ำได้น้อยลง ผิวยังผลิตไขมันได้น้อยลงจึงแห้งง่ายขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นไปตามธรรมชาติของร่างกาย
แสงแดดที่สะสม
ปัจจัยภายนอกที่สำคัญที่สุดคือรังสียูวีจากแสงแดด รังสียูวีทำให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชันในผิว และผลของแสงแดดจะสะสมไปตามปี (Gromkowska-Kepka และคณะ 2021)
นิสัยในชีวิตประจำวัน
American Academy of Dermatology (AAD) ระบุว่าการสูบบุหรี่ทำให้ผิวเปลี่ยนแปลงตามวัยเร็วขึ้นมาก ทำให้เกิดริ้วรอยและผิวดูหมองคล้ำ ส่วนแอลกอฮอล์ทำให้ผิวขาดน้ำ และเมื่อเวลาผ่านไปก็ทำร้ายผิว การขัดถูผิวแรง ๆ และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แสบหรือร้อนก็ทำให้ผิวระคายเคือง ซึ่ง AAD ระบุว่าอาจทำให้ผิวดูแก่ขึ้น
อายุ 30 ควรเริ่มดูแลผิวอย่างไร?
พื้นฐานที่ AAD แนะนำไม่ได้ซับซ้อน และเริ่มได้ทันที
ทาครีมกันแดดทุกวัน
- เลือกครีมกันแดดชนิดปกป้องกว้าง (UVA และ UVB) ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปและกันน้ำ
- ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ต้องใช้ครีมกันแดดราว 1 ออนซ์ หรือประมาณหนึ่งแก้วช็อตเพื่อทาผิวทุกส่วนที่เสื้อผ้าไม่ได้ปกปิด
- ทาบนผิวที่แห้ง 15 นาทีก่อนออกไปข้างนอก
- ทาซ้ำประมาณทุกสองชั่วโมง และทันทีหลังว่ายน้ำหรือเหงื่อออก
- แสงแดดแรงที่สุดในช่วง 10.00 ถึง 14.00 น. หากเงาของตัวเองสั้นกว่าความสูง ให้หลบเข้าที่ร่ม
AAD ระบุว่ารังสียูวีผ่านเมฆได้มากถึง 80% และรังสี UVA ผ่านกระจกหน้าต่างได้ วันที่ฟ้าครึ้มจึงไม่ใช่เหตุผลที่จะข้ามครีมกันแดด
ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน
AAD แนะนำให้ล้างหน้าวันละสองครั้ง คือตอนเช้าและก่อนนอน และหลังเหงื่อออกมาก ใช้น้ำอุ่นและคลีนเซอร์ที่อ่อนโยนซึ่งไม่มีแอลกอฮอล์ ใช้ปลายนิ้วแทนผ้าขนหนูหรือฟองน้ำ ไม่ขัดถู แล้วซับให้แห้งด้วยผ้านุ่ม
ทามอยส์เจอไรเซอร์ทุกวัน
AAD แนะนำให้ทามอยส์เจอไรเซอร์สำหรับใบหน้าทุกวัน เพราะมอยส์เจอไรเซอร์กักเก็บน้ำไว้ในผิว ทาขณะผิวยังหมาดหลังล้างหน้าหรืออาบน้ำ ครีมหรือขี้ผึ้งให้ความชุ่มชื้นได้มากกว่าโลชั่น
เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แสบ
หากผลิตภัณฑ์ใดทำให้แสบหรือร้อนผิว แสดงว่าผิวกำลังระคายเคือง AAD แนะนำให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้น
เริ่มมีริ้วรอยรอบดวงตา เกิดจากอะไร และควรเริ่มดูแลอย่างไร?
การขยับใบหน้าซ้ำ ๆ
AAD อธิบายว่าเมื่อขยับใบหน้าแบบเดิมซ้ำ ๆ กล้ามเนื้อใต้ผิวจะหดตัวซ้ำในตำแหน่งเดิม และเส้นที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นเส้นถาวร การหยีตาเวลาอยู่กลางแดดเป็นตัวอย่างที่พบบ่อย การใส่แว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้งช่วยลดการหยีตาได้
แสงแดดบนผิวรอบดวงตา
ผิวรอบดวงตาเป็นส่วนหนึ่งของใบหน้าที่โดนแดดทุกวัน ทาครีมกันแดดให้ทั่วใบหน้ารวมถึงบริเวณรอบดวงตาอย่างระมัดระวังไม่ให้เข้าตา และใช้หมวกปีกกว้างร่วมด้วยเมื่ออยู่กลางแจ้ง
ความชุ่มชื้นและการไม่ขัดถู
ทามอยส์เจอไรเซอร์ทุกวันรวมถึงรอบดวงตา ล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาอย่างเบามือแทนการถูแรง ๆ และไม่สูบบุหรี่
อายุมากขึ้นผิวแห้งง่ายขึ้น ควรดูแลอย่างไร?
ผิวผลิตไขมันได้น้อยลงตามอายุ จึงกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยลง DermNet ระบุว่าคนอายุเกิน 60 ปีเกือบทุกคนมีผิวแห้งในระดับหนึ่ง แต่ผิวแห้งเริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่ก่อนหน้านั้น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในห้องปรับอากาศหรืออาบน้ำร้อนบ่อย
AAD แนะนำดังนี้
- อาบน้ำด้วยน้ำอุ่นแทนน้ำร้อน ไม่เกิน 5 ถึง 10 นาที
- ทามอยส์เจอไรเซอร์ขณะผิวยังหมาดหลังอาบน้ำ หลังล้างมือ และทุกครั้งที่รู้สึกว่าผิวแห้ง
- ครีมหรือขี้ผึ้งให้ความชุ่มชื้นได้มากกว่าโลชั่น
- ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้องนอนขณะนอน และทำความสะอาดเครื่องสม่ำเสมอเพื่อป้องกันเชื้อรา
- ทาลิปบาล์มหรือปิโตรเลียมเจลลี่ที่ริมฝีปาก
นอกจากการทาผิว ชีวิตประจำวันควรปรับอะไร?
- ไม่สูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ทำให้ผิวเปลี่ยนแปลงตามวัยเร็วขึ้นมาก
- ดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง เพราะแอลกอฮอล์ทำให้ผิวขาดน้ำ
- กินอาหารที่หลากหลายและสมดุล เป็นพื้นฐานของสุขภาพโดยรวม
- ออกกำลังกายเกือบทุกวันในสัปดาห์ ตามคำแนะนำของ AAD
- นอนให้พอ ฉันทามติของ American Academy of Sleep Medicine และ Sleep Research Society (Watson และคณะ 2015) ระบุว่าผู้ใหญ่ควรนอนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อคืนเป็นประจำ ซึ่งเป็นพื้นฐานของสุขภาพโดยรวม
- ลองผลิตภัณฑ์ใหม่ทีละอย่าง AAD แนะนำให้ทาบนผิวบริเวณเล็ก ๆ เช่น ท้องแขนหรือข้อพับศอก วันละสองครั้งเป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน หากไม่มีอาการแดง คัน หรือบวม จึงค่อยใช้ทั่วใบหน้า
ควรพบแพทย์ผิวหนังเมื่อใด?
หากทำตามพื้นฐานข้างต้นแล้วยังกังวลเรื่องผิว หรือผิวมีอาการที่ผิดปกติ เป็นต่อเนื่อง มีอาการแดง คัน หรือบวมหลังใช้ผลิตภัณฑ์ หรือมีจุดบนผิวที่เปลี่ยนรูปร่าง ขนาด หรือสี ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
คำถามที่พบบ่อย
อายุ 30 ผิวเริ่มดูโทรม ไม่สดใส ควรเริ่มดูแลอย่างไร?
เริ่มมีริ้วรอยรอบดวงตา ควรเริ่มดูแลอย่างไรดี?
วันที่ฟ้าครึ้มหรืออยู่ในอาคาร ต้องทาครีมกันแดดไหม?
อยากให้ผิวดูไม่โทรม ควรกินอะไร?
ลองผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตัวใหม่อย่างไรไม่ให้ระคายเคือง?
- Gromkowska-Kepka K.J. และคณะ 2021 ผลของรังสียูวีต่อความชราของผิว บทปริทัศน์ (J Cosmet Dermatol) ↗
- American Academy of Dermatology: 11 ways to reduce premature skin aging ↗
- American Academy of Dermatology: Sunscreen FAQs ↗
- American Academy of Dermatology: How to apply sunscreen ↗
- American Academy of Dermatology: Face washing 101 ↗
- American Academy of Dermatology: How to test skin care products ↗
- American Academy of Dermatology: Dermatologists' tips for relieving dry skin ↗
- DermNet: Dry skin ↗
- Watson N.F. และคณะ 2015 ฉันทามติ AASM/SRS ว่าด้วยระยะเวลาการนอนที่เหมาะสมในผู้ใหญ่ (Sleep) ↗
เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ เมื่อคุณกดยอมรับ เราจะสามารถแสดงเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของคุณได้มากขึ้น และหากต้องการเปลี่ยนความยินยอม สามารถทำได้ทุกเมื่อโดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” นโยบายการใช้คุกกี้
