นั่งทำงานทั้งวันปวดคอบ่าไหล่ ดูแลอย่างไร?
ถ้านั่งทำงานทั้งวันแล้วปวดเมื่อยคอบ่าไหล่ หรือที่คนไทยมักเรียกว่า "ออฟฟิศซินโดรม" สิ่งสำคัญที่ควรดูแลคือท่านั่ง ตำแหน่งของจอและคีย์บอร์ด และการพักสั้น ๆ บ่อย ๆ เพื่อลุกขยับและยืดเหยียด NHS ของสหราชอาณาจักรระบุว่าท่าทางที่ไม่ดี เช่น การนั่งโต๊ะทำงานเป็นเวลานาน เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งของอาการปวดคอ และแนะนำไม่ให้คงคอไว้ในท่าเดิมนาน ๆ เรื่องอาหาร ใช้หลักการกินในชีวิตประจำวันแบบเดียวกับทุกคน คือกินอาหารหลากหลายให้ครบ 5 หมู่
นั่งทำงานแล้วทำไมปวดคอบ่าไหล่?
ท่าเดิมนาน ๆ และนิสัยที่ไม่รู้ตัว
แพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีอธิบายว่าอาการปวดเมื่อยจากการนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน พบบ่อยในคนทำงานออฟฟิศ และอาชีพอื่นที่ต้องอยู่ท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ ส่วนมากเกิดจากการนั่งหรือเดินผิดท่าจนติดเป็นนิสัยโดยไม่รู้ตัว และมักปวดที่คอ บ่า ไหล่ และหลัง
ท่าทาง ตำแหน่งจอ และการอยู่นิ่งในท่าเดิม
เวลานั่งทำงานที่โต๊ะ มักมี 3 เรื่องเกิดขึ้นพร้อมกัน
- ท่าทาง NHS ระบุว่าท่าทางที่ไม่ดี เช่น การนั่งโต๊ะทำงานเป็นเวลานาน เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งของอาการปวดคอ
- ตำแหน่งของจอ OSHA หน่วยงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของสหรัฐฯ อธิบายว่าจอที่สูงหรือต่ำเกินไปทำให้ต้องทำงานโดยศีรษะ คอ ไหล่ และแม้แต่หลังอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะ ถ้าจอสูงเกินไป ต้องเงยศีรษะและคอไปด้านหลัง และการทำงานในท่านี้นาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อที่พยุงศีรษะล้า ส่วนการหันศีรษะและคอไปด้านข้างนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อคอรับน้ำหนักไม่เท่ากัน ล้าและปวดมากขึ้น
- การอยู่ท่าเดิมนาน ๆ NHS แนะนำไม่ให้คงคอไว้ในท่าเดิมเป็นเวลานาน เช่น ตอนนั่งทำงานที่โต๊ะ และ OSHA ระบุว่าไม่ว่าท่าทางจะดีแค่ไหน การทำงานในท่าเดิมหรือนั่งนิ่ง ๆ เป็นเวลานานก็ไม่ดีต่อสุขภาพ
เพราะเหตุนี้ วิธีปฏิบัติด้านล่างจึงเน้นที่การจัดโต๊ะทำงาน การพัก และการยืดเหยียด
ควรจัดโต๊ะ เก้าอี้ และจอคอมพิวเตอร์อย่างไร?
HSE หน่วยงานความปลอดภัยในการทำงานของสหราชอาณาจักร ได้วางการจัดโต๊ะทำงานมาตรฐานเพื่อท่าทางที่ดีไว้ และ OSHA อธิบายท่าทำงานในแนวเดียวกัน รวมถึงวิธีปรับเก้าอี้
| ส่วน | สิ่งที่ควรเป็น | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| ระยะห่างจากจอ | ประมาณหนึ่งช่วงแขน (HSE) หรือ 50 ถึง 100 ซม. จากตาถึงหน้าจอ (OSHA) | HSE, OSHA |
| ตำแหน่งจอ | อยู่ตรงหน้า ให้ศีรษะ คอ และลำตัวหันไปข้างหน้า จอและคีย์บอร์ดอยู่กึ่งกลาง จะได้ไม่ต้องบิดหลัง | HSE, OSHA |
| ความสูงคีย์บอร์ด | ต่ำกว่าระดับข้อศอกเล็กน้อย | HSE |
| แขนและข้อมือ | ไหล่ผ่อนคลาย ต้นแขนห้อยลงข้างลำตัวตามธรรมชาติ ข้อศอกแนบลำตัวและงอระหว่าง 90 ถึง 120 องศา มือ ข้อมือ และแขนท่อนล่างตรงเป็นแนวเดียวกันและเกือบขนานกับพื้น | OSHA |
| เมาส์ | อยู่ในแนวเดียวกับข้อศอก | HSE |
| ไหล่ | ผ่อนคลาย นั่งให้สูงพอที่จะไม่ต้องยกไหล่ | HSE |
| ความสูงของที่นั่ง | รองรับต้นขาด้านหน้าและด้านหลังได้เท่า ๆ กัน (HSE) ฝ่าเท้าวางราบกับพื้นได้ทั้งฝ่า โดยข้อพับเข่าสูงกว่าที่นั่งเล็กน้อย (OSHA) | HSE, OSHA |
| ความลึกของที่นั่ง | เว้นช่องว่าง 2 ถึง 3 ซม. ระหว่างขอบหน้าของที่นั่งกับข้อพับเข่า | HSE |
| พนักพิง | รองรับหลังส่วนล่างได้ดี ถ้าไม่มีที่รองหลัง ใช้เบาะหรือผ้าขนหนูม้วนเสริม | HSE, OSHA |
| เท้า | วางบนพื้นได้เต็มเท้า หรือใช้ที่วางเท้าถ้าปรับความสูงโต๊ะไม่ได้ | OSHA |
| ที่วางแขน | ถ้าปรับให้เหมาะไม่ได้หรือเกะกะการทำงาน ให้ถอดออกหรือเลิกใช้ | OSHA |
แพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีให้หลักในทำนองเดียวกัน คือ นั่งให้เต็มก้น หลังพิงพนักเก้าอี้ เข่าและสะโพกงอประมาณ 90 องศา เท้าไม่ลอยจากพื้น วางคีย์บอร์ดและเมาส์ให้ข้อศอกงอประมาณ 90 องศา ไม่ไกลหรือชิดเกินไป และปรับความสูงของโต๊ะหรือเก้าอี้ให้พอดีกับตัว
จอควรสูงแค่ไหน
HSE แนะนำให้ขอบบนของจออยู่ระดับสายตา OSHA แนะนำให้ขอบบนของจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย โดยกึ่งกลางจอโดยปกติอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 15 ถึง 20 องศา ส่วนแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีแนะนำให้ตั้งจอให้อยู่ในระดับสายตา ไม่ต้องก้มหรือแหงนหน้ามองจอ
จุดร่วมนั้นเรียบง่าย คือวางจอให้มองตรงหรือมองต่ำลงเล็กน้อย โดยไม่ต้องเงยหน้าหรือก้มคอไปข้างหน้า OSHA ระบุว่าคนที่ใส่แว่นเลนส์สองชั้นมักมองจอผ่านเลนส์ส่วนล่าง จึงอาจต้องเงยศีรษะไปด้านหลัง การลดจอให้ต่ำลงหรือปรับเก้าอี้ให้สูงขึ้นช่วยให้คออยู่ในท่าที่สบายได้
จอที่อยู่ด้านข้าง และโน้ตบุ๊ก
OSHA แนะนำให้วางจอไว้ตรงหน้า ไม่เยื้องไปทางซ้ายหรือขวาเกิน 35 องศา เพราะการหันศีรษะไปด้านข้างนาน ๆ ทำให้คอล้า ส่วนโน้ตบุ๊กที่ใช้ทำงานนาน ๆ HSE แนะนำให้ใช้คีย์บอร์ดและเมาส์แยก เพื่อยกจอโน้ตบุ๊กให้สูงขึ้นด้วยแท่นวาง หรือต่อจอแยก
นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ควรพักบ่อยแค่ไหน?
พักสั้น ๆ แต่บ่อย ดีกว่าพักนาน ๆ แต่นาน ๆ ครั้ง HSE ระบุว่าไม่มีกฎที่กำหนดว่าต้องพักนานแค่ไหนและบ่อยแค่ไหน เพราะขึ้นกับลักษณะงาน แต่แนะนำให้พักสั้น ๆ บ่อย ๆ แทนการพักนาน ๆ แต่นาน ๆ ครั้ง เช่น พัก 5 ถึง 10 นาทีทุกชั่วโมง ดีกว่าพัก 20 นาทีทุก 2 ชั่วโมง
| ความถี่ | สิ่งที่ทำ | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| ทุก 1 ชั่วโมง | พัก 5 ถึง 10 นาที ดีกว่าพัก 20 นาทีทุก 2 ชั่วโมง | HSE |
| ทุก 1 ถึง 2 ชั่วโมง | พักยืดเหยียดกล้ามเนื้อ | โรงพยาบาลรามาธิบดี |
| เป็นระยะ | ลุกขึ้นเดินสักสองสามนาที และทำงานบางอย่างในท่ายืน เช่น อ่านเอกสาร คุยโทรศัพท์ และประชุม | OSHA |
| เป็นช่วง ๆ สม่ำเสมอ | พักสายตาด้วยการมองสิ่งที่อยู่ไกลออกไป เช่น นาฬิกาบนผนังที่ห่างประมาณ 6 เมตร (20 ฟุต) หยุดมองจอ หันไปทางอื่น และกะพริบตา | OSHA |
เรื่องตาล้าและตาแห้งจากการจ้องจอทั้งวัน อ่านต่อได้ที่จ้องจอทั้งวัน ตาล้า ตาแห้ง ควรทำอย่างไร?
แบบไหนนับเป็นการพัก
HSE ระบุว่าการพักหรือการเปลี่ยนกิจกรรมควรทำให้ได้ลุกจากโต๊ะไปเดิน หรืออย่างน้อยได้ยืดเหยียดและเปลี่ยนท่า งานส่วนใหญ่สลับไปทำอย่างอื่นได้ เช่น ไปประชุมหรือโทรศัพท์ และโปรแกรมเตือนให้พักก็ช่วยเตือนให้พักเป็นประจำได้
ถ้าไม่มีโปรแกรมแบบนั้น จะตั้งเวลาเตือนบนโทรศัพท์ไว้เองก็ได้
ถ้านั่งทั้งวันและไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย อ่านต่อได้ที่นั่งทั้งวัน ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เริ่มยังไง?
ยืดคอและบ่าที่โต๊ะทำงานได้อย่างไรบ้าง?
NHS มีชุดท่าบริหารแบบนั่งสั้น ๆ ที่ทำที่โต๊ะทำงานได้ ให้ทำช้า ๆ และไปเท่าที่รู้สึกสบาย
| ท่า | วิธีทำ | จำนวน |
|---|---|---|
| หมุนคอ | นั่งตัวตรง ไหล่ลง มองตรงไปข้างหน้า ค่อย ๆ หันศีรษะไปทางไหล่ซ้ายเท่าที่รู้สึกสบาย ค้างไว้ แล้วกลับท่าเริ่มต้น จากนั้นทำอีกข้าง | ค้าง 5 วินาที ข้างละ 3 ครั้ง |
| ยืดคอ | นั่งตัวตรง มองตรงไปข้างหน้า ใช้มือขวากดไหล่ซ้ายไว้ ค่อย ๆ เอียงศีรษะไปทางขวา แล้วทำอีกข้าง | ค้าง 5 วินาที ข้างละ 3 ครั้ง |
| ยืดอก | นั่งตัวตรงโดยไม่พิงพนัก ดึงไหล่ไปด้านหลังและลงล่าง กางแขนออกด้านข้าง ค่อย ๆ ดันอกไปข้างหน้าและขึ้นด้านบนจนรู้สึกตึงที่หน้าอก | ค้าง 5 ถึง 10 วินาที ทำ 5 ครั้ง |
| บิดลำตัวช่วงบน | นั่งตัวตรง เท้าวางราบกับพื้น ไขว้แขนแตะไหล่ทั้งสองข้าง โดยไม่ขยับสะโพก หมุนลำตัวช่วงบนไปทางซ้ายเท่าที่รู้สึกสบาย แล้วทำอีกข้าง | ค้าง 5 วินาที ข้างละ 5 ครั้ง |
ท่าหมุนคอและท่ายืดคอมาจากชุดท่ายืดเหยียดของ NHS ซึ่ง NHS ระบุว่าดีต่อการเคลื่อนไหวของคอและช่วยคลายกล้ามเนื้อคอที่ตึง ส่วนท่ายืดอก ซึ่ง NHS ระบุว่าดีต่อท่าทาง และท่าบิดลำตัวช่วงบน มาจากชุดท่าบริหารแบบนั่งของ NHS
ข้อควรรู้ก่อนเริ่มทำ
สำหรับชุดท่าบริหารแบบนั่ง NHS แนะนำให้ใช้เก้าอี้ที่มั่นคง ไม่มีล้อ นั่งแล้ววางเท้าราบกับพื้นได้และเข่างอเป็นมุมฉาก เก้าอี้สำนักงานหลายตัวมีล้อ ถ้ามีเก้าอี้แบบไม่มีล้ออยู่ใกล้ ๆ ก็ใช้ตัวนั้นแทน NHS แนะนำให้ค่อย ๆ เริ่มทีละน้อย ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และถ้าไม่แน่ใจว่าท่าเหล่านี้เหมาะกับตัวเองหรือไม่ ให้ปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อน การยืดเหยียดระหว่างวันทำงานยังเป็นการเปลี่ยนท่าตามที่ HSE แนะนำไปในตัวด้วย
นั่งทำงานทั้งวัน ควรกินอย่างไร?
เรื่องอาหาร ใช้หลักการกินในชีวิตประจำวันแบบเดียวกับทุกคน NHS แนะนำให้เลือกกินอาหารหลากหลายจากอาหารหลัก 5 หมู่ เพื่อให้ได้สารอาหารที่หลากหลาย
พื้นฐานการกินในชีวิตประจำวัน
NHS วางหลักการกินอาหารที่สมดุลไว้ดังนี้
- กินผักและผลไม้หลากหลายอย่างน้อยวันละ 5 ส่วน
- ให้อาหารมื้อหลักมีแป้งที่มีใยอาหารสูงเป็นฐาน เช่น ข้าว ขนมปัง มันฝรั่ง หรือพาสต้า
- กินนมหรือผลิตภัณฑ์ทดแทนนมบ้าง เช่น นมถั่วเหลือง
- กินถั่ว ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ และโปรตีนอื่น ๆ บ้าง
- เลือกน้ำมันชนิดไม่อิ่มตัว และใช้แต่น้อย
- ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6 ถึง 8 แก้ว
NHS ยังแนะนำให้กินอาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมัน เกลือ และน้ำตาลสูงให้น้อยครั้งและปริมาณน้อย
ใช้ช่วงพักเที่ยงให้คุ้ม
ช่วงพักเที่ยงเป็นช่วงที่ได้พักจากจอโดยธรรมชาติอยู่แล้ว การลุกไปกินข้าวนอกโต๊ะทำงานก็เป็นโอกาสได้ลุกเดินไปด้วย
นอกเวลางาน ดูแลคอได้อย่างไร?
NHS ให้วิธีดูแลคอง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันไว้ดังนี้
- เวลานอน ให้ศีรษะอยู่ระดับเดียวกับลำตัว ใช้หมอนเตี้ยที่แน่น และใช้ที่นอนที่แน่น
- ไม่นอนคว่ำ และไม่บิดคอขณะอยู่บนเตียง
- นั่งตัวตรง ค่อย ๆ หมุนไหล่ไปด้านหลังและดึงคอกลับมาให้ตรง
- ประคบร้อนหรือเย็นที่คอ เช่น ถุงน้ำแข็งหรือถุงผักแช่แข็งห่อผ้าขนหนู ครั้งละ 5 นาที วันละ 3 ครั้ง หรือกระเป๋าน้ำร้อนห่อผ้าขนหนู ครั้งละ 20 นาที วันละ 2 ถึง 3 ครั้ง
- ไม่ใส่ปลอกคอ เพราะการขยับคอไว้ดีกว่า เว้นแต่แพทย์บอกให้ใส่
- ถ้าขยับคอไม่ได้ อย่าทำสิ่งที่อาจเป็นอันตราย เช่น ขับรถหรือปั่นจักรยาน
ปวดคอบ่าไหล่แบบไหนควรไปพบแพทย์?
NHS ระบุว่าอาการปวดคอส่วนใหญ่เป็นอยู่เพียงไม่กี่สัปดาห์ และโรงพยาบาลรามาธิบดีระบุว่าอาการปวดเมื่อยในช่วงแรกหายได้เองหลังพักผ่อนหรือเปลี่ยนอิริยาบถ NHS แนะนำให้ไปพบแพทย์ถ้า
- อาการปวดคอหรือคอแข็งไม่หายไปหลังผ่านไปไม่กี่สัปดาห์
- กังวลเรื่องอาการปวด
- มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น รู้สึกซ่า ๆ เหมือนเข็มทิ่ม หรือแขนเย็น
NHS ระบุว่าอาการอื่นเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของเรื่องที่ร้ายแรงกว่า แพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดียังแนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์ ถ้าปวดมากจนกระทบการพักผ่อนและการนอน หรือรู้สึกปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง ขณะนอน ในประเทศไทยไปพบแพทย์ได้ที่โรงพยาบาลหรือคลินิก และก่อนใช้ยาใด ๆ สำหรับอาการปวด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
คำถามที่พบบ่อย
นั่งทำงานทั้งวันปวดคอบ่าไหล่ ออฟฟิศซินโดรมควรกินอะไร?
จอคอมพิวเตอร์ควรสูงแค่ไหน?
นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ควรพักบ่อยแค่ไหน?
ยืดคอและบ่าที่โต๊ะทำงานได้อย่างไรบ้าง?
ปวดคอบ่าไหล่แบบไหนควรไปพบแพทย์?
- NHS: Neck pain ↗
- โรงพยาบาลรามาธิบดี (รามา แชนแนล): มนุษย์ออฟฟิศกับอาการปวดเมื่อยจากการนั่งทำงาน ↗
- HSE: Good posture when using display screen equipment ↗
- HSE: Work routine and breaks for display screen equipment users ↗
- OSHA: Computer workstations, monitors ↗
- OSHA: Computer workstations, good working positions ↗
- OSHA: Computer workstations, chairs ↗
- NHS: Sitting exercises ↗
- NHS: Flexibility exercises ↗
- NHS: Eating a balanced diet ↗
เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ เมื่อคุณกดยอมรับ เราจะสามารถแสดงเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของคุณได้มากขึ้น และหากต้องการเปลี่ยนความยินยอม สามารถทำได้ทุกเมื่อโดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” นโยบายการใช้คุกกี้
