น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณรายละเอียด
บริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006·ร้านค้าทางการบน SHOPEE · LAZADA · TIKTOK SHOP · LINEบริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006
ช่องทางการสั่งซื้อ
JAPAN QUALITY·輝く毎日を、内側から。·GMP · ISO · HACCP · FSSC 22000 · HALAL CERTIFIED
ดูแลประจำวัน

อากาศเปลี่ยนบ่อยแล้วป่วยง่าย ควรดูแลอย่างไร?

·
การป่วยบ่อยช่วงอากาศเปลี่ยนเกี่ยวกับการนอนและชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนตามอากาศมากกว่าตัวอากาศเอง ยังไม่มีวิตามินชนิดใดที่บอกได้ว่ากินแล้วจะไม่ป่วย สิ่งที่ทำได้คือนอนให้ได้ 7 ชั่วโมงขึ้นไป ล้างมือด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาที และขยับร่างกายสม่ำเสมอ

การป่วยบ่อยในช่วงอากาศเปลี่ยนเกี่ยวกับการนอนและชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนตามอากาศ มากกว่าตัวอากาศเอง และยังไม่มีวิตามินชนิดใดที่บอกได้ว่ากินแล้วจะไม่ป่วย สิ่งที่ทำได้คือดูแลเรื่องพื้นฐานให้สม่ำเสมอ ได้แก่ นอนให้ได้ 7 ชั่วโมงขึ้นไป ล้างมือด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาที และขยับร่างกายเป็นประจำ

อากาศเปลี่ยนบ่อย ทำไมรู้สึกป่วยง่าย?

ช่วงที่อากาศร้อนสลับฝนหรือเปลี่ยนเร็ว สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้มีแค่อุณหภูมิ แต่ชีวิตประจำวันก็เปลี่ยนตามด้วย

การนอนเปลี่ยน

คืนที่ร้อนอบอ้าวหรือฝนตกหนักทำให้หลายคนเข้านอนช้า หลับไม่ต่อเนื่อง หรือตื่นไม่เป็นเวลา ชั่วโมงนอนที่หายไปทีละน้อยสะสมเป็นการนอนน้อยต่อเนื่องได้โดยไม่รู้ตัว

มื้ออาหารเปลี่ยน

วันที่ฝนตกหรือร้อนจัด คนมักออกไปซื้ออาหารน้อยลง กินไม่ตรงเวลา หรือกินผักผลไม้น้อยกว่าปกติ

อยู่ในห้องร่วมกับคนอื่นนานขึ้น

เมื่อออกไปข้างนอกได้น้อยลง เราอยู่ในห้องปรับอากาศ บนรถสาธารณะ หรือในห้างนานขึ้น และขยับร่างกายน้อยลง NHS ของสหราชอาณาจักรระบุว่าเชื้อที่ทำให้ป่วยทางเดินหายใจแพร่ผ่านการไอและจาม และอยู่บนมือและพื้นผิวได้นานถึง 24 ชั่วโมง การอยู่ใกล้กันในที่ปิดจึงเพิ่มโอกาสได้รับเชื้อ

อากาศเปลี่ยนบ่อยแล้วป่วยง่าย ควรกินวิตามินอะไรดี?

ยังไม่มีวิตามินชนิดใดที่บอกได้ว่ากินแล้วจะไม่ป่วย NHS ระบุว่ามีหลักฐานน้อยว่าการกินวิตามินหรือสมุนไพรเสริมทำให้ไม่ป่วยหรือหายเร็วขึ้น สิ่งที่เกี่ยวกับการป่วยง่ายในช่วงอากาศเปลี่ยนจึงอยู่ที่การใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การเลือกวิตามินตัวใดตัวหนึ่ง

สิ่งที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน

  • นอนให้ได้ 7 ชั่วโมงขึ้นไปเป็นประจำ ตามคำแนะนำของ CDC
  • ล้างมือด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังกลับจากข้างนอกและก่อนกินอาหาร
  • ขยับร่างกายระดับปานกลางรวมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ตามคำแนะนำของ WHO
  • เมื่อป่วย พักอยู่บ้าน และไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือแก้วน้ำร่วมกับคนอื่น

รายละเอียดของแต่ละเรื่องอยู่ในหัวข้อถัดไป

อาหารประจำวัน: เกณฑ์ทั่วไปที่แยกจากเรื่องการป่วย

อาหารไม่ใช่วิธีป้องกันการป่วย แต่เป็นพื้นฐานของสุขภาพโดยรวม องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เกณฑ์ทั่วไปของการกินในชีวิตประจำวันไว้ว่า ทุกคนที่อายุมากกว่า 10 ปีควรกินผักและผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน จำกัดน้ำตาลอิสระให้น้อยกว่า 10% ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน และผู้ใหญ่ควรกินเกลือน้อยกว่า 5 กรัมต่อวัน (โซเดียม 2 กรัม)

นอนน้อยแล้วป่วยง่ายขึ้นไหม?

มีงานวิจัยที่ชี้ว่าเกี่ยวข้องกัน Prather และคณะ (2015) วัดการนอนของผู้ใหญ่สุขภาพดี 164 คน อายุ 18 ถึง 55 ปี ด้วยอุปกรณ์สวมข้อมือนาน 7 วัน แล้วให้ได้รับเชื้อไวรัสทางจมูกและติดตามอาการ 5 วัน ผู้ที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืนมีแนวโน้มป่วยมากกว่าผู้ที่นอนเกิน 7 ชั่วโมง แต่เป็นการศึกษาขนาดเล็ก ผลยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่วนผู้ที่นอน 6 ถึง 7 ชั่วโมงไม่ต่างอย่างชัดเจน

นอนกี่ชั่วโมงจึงพอ

CDC ของสหรัฐฯ แนะนำให้ผู้ใหญ่อายุ 18 ถึง 60 ปี นอน 7 ชั่วโมงขึ้นไป อายุ 61 ถึง 64 ปี นอน 7 ถึง 9 ชั่วโมง และอายุ 65 ปีขึ้นไป นอน 7 ถึง 8 ชั่วโมง

คืนที่อากาศร้อนหรือฝนตก

  • เข้านอนและตื่นให้ใกล้เคียงเวลาเดิมทุกวัน รวมถึงวันหยุด
  • จัดห้องนอนให้เงียบและเย็นสบาย
  • ปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 30 นาทีก่อนนอน
  • เลี่ยงมื้อใหญ่และแอลกอฮอล์ก่อนนอน และเลี่ยงคาเฟอีนในช่วงบ่ายถึงเย็น

ล้างมืออย่างไรให้ลดการส่งต่อเชื้อ?

CDC ระบุว่าการล้างมือเป็นประจำและการทำความสะอาดพื้นผิวที่มีคนจับบ่อยเป็นเรื่องพื้นฐานของการลดการส่งต่อเชื้อทางเดินหายใจ

ขั้นตอนการล้างมือ

  1. ทำมือให้เปียกด้วยน้ำสะอาดที่ไหลผ่าน (อุ่นหรือเย็นก็ได้) แล้วใช้สบู่
  2. ฟอกสบู่ให้ทั่ว ทั้งหลังมือ ซอกนิ้ว และใต้เล็บ
  3. ถูมืออย่างน้อย 20 วินาที หรือประมาณร้องเพลงวันเกิดสองรอบ
  4. ล้างออกด้วยน้ำสะอาดที่ไหลผ่าน
  5. เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดหรือเครื่องเป่ามือ

เมื่อไม่มีน้ำและสบู่

ใช้เจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% NHS ยังแนะนำให้ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือแก้วน้ำร่วมกับคนที่ป่วย และเลี่ยงการจับตาและจมูก

ช่วงฝนตกออกไปข้างนอกไม่ได้ ควรขยับร่างกายอย่างไร?

WHO แนะนำให้ผู้ใหญ่มีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ทุกวัยควรลดเวลาที่นั่งนิ่ง ๆ และการออกกำลังเพื่อสร้างกล้ามเนื้อมีประโยชน์กับทุกคน

  • 150 นาทีเท่ากับราววันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ และแบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ ระหว่างวันได้
  • วันที่ฝนตก เดินขึ้นลงบันได เดินในห้าง หรือทำท่าบริหารร่างกายในบ้าน
  • ลุกเดินเป็นระยะเมื่อต้องนั่งทำงานในห้องปรับอากาศทั้งวัน
  • แต่งกายให้เหมาะกับอุณหภูมิ และพกเสื้อคลุมเมื่อต้องเข้าออกห้องปรับอากาศบ่อย
  • ดื่มน้ำให้พอ โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อนหรือเหงื่อออกมาก

ป่วยแล้วเมื่อไรควรไปพบแพทย์?

เมื่อป่วยแล้ว CDC แนะนำให้พักอยู่บ้านและอยู่ห่างจากคนอื่น ส่วน NHS ระบุว่าคนส่วนใหญ่รู้สึกดีขึ้นในราว 1 ถึง 2 สัปดาห์ และแนะนำให้พบแพทย์เมื่อ

  • มีไข้สูงนานกว่า 3 วัน หรือไข้สูงมาก หนาวสั่น
  • อาการแย่ลง หรืออาการไม่ดีขึ้นหลัง 10 วัน
  • ไอนานกว่า 3 สัปดาห์
  • หายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอก
  • มีโรคประจำตัวเรื้อรัง หรือมีภาวะที่ร่างกายต้านเชื้อได้น้อยกว่าปกติ
  • กังวลเรื่องอาการของเด็ก

คำถามที่พบบ่อย

อากาศเปลี่ยนบ่อยแล้วป่วยง่าย ควรกินวิตามินอะไรดี?

ยังไม่มีวิตามินชนิดใดที่บอกได้ว่ากินแล้วจะไม่ป่วย และ NHS ของสหราชอาณาจักรระบุว่ามีหลักฐานน้อยว่าการกินวิตามินหรือสมุนไพรเสริมทำให้ไม่ป่วยหรือหายเร็วขึ้น สิ่งที่ทำได้ในชีวิตประจำวันคือนอนให้ได้ 7 ชั่วโมงขึ้นไป ล้างมือด้วยสบู่บ่อย ๆ อย่างน้อย 20 วินาที และขยับร่างกายสม่ำเสมอ

อากาศเปลี่ยนทำให้ป่วยได้จริงไหม?

ช่วงที่อากาศเปลี่ยน ชีวิตประจำวันมักเปลี่ยนตาม ทั้งเวลานอน มื้ออาหาร และเวลาที่อยู่ในห้องร่วมกับคนอื่น เชื้อที่ทำให้ป่วยแพร่ผ่านการไอและจาม และอยู่บนมือและพื้นผิวได้นานถึง 24 ชั่วโมง การนอนและการล้างมือจึงเป็นเรื่องที่ดูแลได้มากกว่าตัวอากาศ

นอนน้อยแล้วป่วยง่ายขึ้นไหม?

ในการศึกษาปี 2015 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep ผู้ใหญ่ 164 คนที่วัดการนอนด้วยอุปกรณ์ข้อมือแล้วได้รับเชื้อไวรัสทางจมูก ผู้ที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืนมีแนวโน้มป่วยมากกว่าผู้ที่นอนเกิน 7 ชั่วโมง แต่เป็นการศึกษาขนาดเล็ก ผลยังมีความไม่แน่นอนสูง CDC แนะนำให้ผู้ใหญ่นอน 7 ชั่วโมงขึ้นไปเป็นประจำ

ล้างมืออย่างไรให้ถูกวิธี?

CDC แนะนำให้ทำมือให้เปียกด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ให้ทั่วหลังมือ ซอกนิ้ว และใต้เล็บ ถูนานอย่างน้อย 20 วินาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด หากไม่มีน้ำและสบู่ ใช้เจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60%

ป่วยแล้วเมื่อไรควรไปพบแพทย์?

NHS แนะนำให้พบแพทย์เมื่อมีไข้สูงนานกว่า 3 วัน อาการแย่ลง อาการไม่ดีขึ้นหลัง 10 วัน ไอนานกว่า 3 สัปดาห์ หายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอก หรือมีโรคประจำตัวหรือภาวะที่ร่างกายต้านเชื้อได้น้อยกว่าปกติ