ตากระตุกบ่อย ตกเย็นตาพร่า เกิดจากอะไร?
ตากระตุกบ่อยส่วนใหญ่เกี่ยวกับความเครียด ความเหนื่อยล้า และการดื่มกาแฟหรือแอลกอฮอล์ มักไม่ใช่เรื่องร้ายแรงและหายเองในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ ส่วนอาการตกเย็นแล้วตาพร่ามองไม่ชัด มักเกิดจากการใช้สายตาจ้องระยะใกล้มาทั้งวันและกะพริบตาน้อยลงจนผิวตาแห้ง ทั้งสองอย่างดีขึ้นได้ด้วยการพักสายตา นอนให้พอ และลดคาเฟอีน แต่ถ้าตากระตุกนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือตาพร่าขึ้นมาเฉียบพลัน ควรพบแพทย์
ตากระตุกบ่อย เกิดจากอะไร?
อาการตากระตุกคือหนังตาบนหรือล่างขยับเองเป็นจังหวะสั้น ๆ โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ บางครั้งเป็นอยู่ไม่กี่วินาที บางครั้งเป็น ๆ หาย ๆ ทั้งวัน NHS ของสหราชอาณาจักรระบุว่าอาการกระตุกพบได้บ่อย คนส่วนใหญ่เคยเป็นเป็นครั้งคราว และน้อยมากที่จะเป็นสัญญาณของเรื่องร้ายแรง การกระตุกเกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่ตาและขาพบบ่อยเป็นพิเศษ
สิ่งที่มักเกี่ยวข้อง
NHS ระบุว่าอาการกระตุกมักเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้
- ความเครียดและความวิตกกังวล เช่น ช่วงงานเร่ง สอบ หรือมีเรื่องให้คิดมาก
- ความเหนื่อยล้าและการพักผ่อนไม่พอ เช่น นอนดึกติดกันหลายคืน หรือทำงานต่อเนื่องโดยไม่ได้พัก
- คาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เช่น กาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลังหลายแก้วต่อวัน
- ยาบางชนิด ลองดูผลข้างเคียงในเอกสารกำกับยาของยาที่ใช้อยู่
ทำไมช่วงงานยุ่งถึงเป็นบ่อย
ปัจจัยข้างต้นมักมาพร้อมกัน ช่วงที่งานยุ่ง เรานอนน้อยลง เครียดมากขึ้น และดื่มกาแฟเพิ่มเพื่อให้ตื่นตัว จึงไม่แปลกที่อาการกระตุกจะโผล่มาในช่วงเดียวกัน บางคนอาจรู้สึกเป็นตะคริวหรือเสียวซ่าที่บริเวณเดียวกันร่วมด้วย ซึ่ง NHS ระบุว่าพบได้
ตากระตุกเพราะขาดสารอาหารอะไรไหม?
คำถามนี้มีคนถามบ่อย แต่ในแหล่งข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขที่ใช้ในบทความนี้ ไม่มีการระบุว่าการขาดสารอาหารชนิดใดเป็นสาเหตุของตากระตุก สิ่งที่ NHS ระบุว่ามักเกี่ยวข้องคือความเครียด ความเหนื่อยล้า คาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ และยาบางชนิด จึงยังพูดไม่ได้ว่าตากระตุกบอกว่าร่างกายขาดสารอาหารตัวใดตัวหนึ่ง
ควรดูอะไรก่อน
แทนที่จะมองหาสารอาหารตัวใดตัวหนึ่ง ลองทบทวนสามเรื่องนี้ก่อน
- การนอน สัปดาห์ที่ผ่านมานอนได้กี่ชั่วโมงต่อคืน CDC ของสหรัฐฯ แนะนำให้ผู้ใหญ่อายุ 18 ถึง 60 ปีนอน 7 ชั่วโมงขึ้นไป
- ความเครียด มีเรื่องที่กดดันอยู่ต่อเนื่องหรือไม่
- เครื่องดื่ม วันหนึ่งดื่มกาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง หรือแอลกอฮอล์มากแค่ไหน
ถ้าอาการไม่หาย แพทย์จะช่วยหาสาเหตุ NHS ระบุว่าแพทย์อาจดูเรื่องความเครียดหรือยาที่ใช้อยู่ นัดมาดูอาการอีกครั้งถ้ายังกระตุกต่อในไม่กี่สัปดาห์ หรือส่งต่อแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทเพื่อตรวจเพิ่มเติม
ตากระตุกควรทำอย่างไร?
NHS ระบุว่าอาการกระตุกอาจเป็น ๆ หาย ๆ แต่โดยปกติจะหยุดไปเองในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ และโดยทั่วไปไม่มีการรักษาเฉพาะ สิ่งที่ทำเองได้มีดังนี้
สิ่งที่ควรทำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ และนอนให้ได้ตามชั่วโมงที่แนะนำ
- หาวิธีผ่อนคลายที่เหมาะกับตัวเอง เช่น เดินเล่น ยืดเหยียด หรือหายใจช้า ๆ
- พยายามไม่กังวลกับอาการมากเกินไป NHS ระบุว่าอาการกระตุกมักไม่เป็นอันตราย และความกังวลอาจทำให้เป็นมากขึ้น
สิ่งที่ควรเลี่ยง
- ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมาก เช่น ชาและกาแฟ
- ไม่ดื่มแอลกอฮอล์มาก
- ไม่หยุดยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะสงสัยว่ายาเป็นสาเหตุ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
ตกเย็นแล้วตาพร่ามองไม่ชัด เกิดจากอะไร?
อาการตาพร่า ตาล้า แสบตา หรือโฟกัสไม่ค่อยได้ในช่วงเย็น มักเป็นผลรวมของการใช้สายตามาทั้งวัน บริการข้อมูลสุขภาพของรัฐบาลออสเตรเลีย (healthdirect) อธิบายว่าอาการตาล้าเกิดเมื่อเราใช้สายตาจดจ่อกับสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน และอาการตาล้าไม่ใช่โรค มักดีขึ้นเมื่อได้พักสายตา
กล้ามเนื้อตาล้าจากการมองใกล้นาน ๆ
เวลามองจอหรือหนังสือในระยะใกล้นาน ๆ กล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนัก และเหมือนกล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกาย กล้ามเนื้อตาก็ล้าได้ถ้าไม่ได้พัก healthdirect ระบุว่าหลังจากทำงานระยะใกล้นาน ๆ บางคนจะปรับโฟกัสไปมองไกลได้ยากขึ้น นี่คือเหตุผลที่เงยหน้าจากจอตอนเย็นแล้วรู้สึกว่าป้ายหรือหน้าจอโทรทัศน์ไม่ชัด
กะพริบตาน้อยลงจนผิวตาแห้ง
American Academy of Ophthalmology (AAO) ระบุว่าปกติคนเรากะพริบตาประมาณ 15 ครั้งต่อนาที แต่การศึกษาพบว่าระหว่างใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดิจิทัล เรากะพริบตาเพียงประมาณ 5 ถึง 7 ครั้งต่อนาที การกะพริบตาเป็นวิธีที่ดวงตาได้รับความชุ่มชื้นที่ผิวตา เมื่อกะพริบน้อยลงทั้งวัน ผิวตาจึงแห้งและรู้สึกล้า ห้องแอร์ พัดลมที่เป่าเข้าหน้า และควันบุหรี่ก็ทำให้ตาแห้งได้
สภาพแวดล้อมและแว่นตา
healthdirect ระบุสาเหตุอื่นที่พบบ่อย ได้แก่ การเพ่งมองในที่แสงไม่พอ การไม่ใส่แว่นหรือคอนแทกต์เลนส์ที่ควรใส่ หรือใส่แว่นที่ค่าสายตาไม่เหมาะแล้ว ถ้ารู้สึกว่าแว่นที่ใช้อยู่ช่วยได้น้อยกว่าเดิม ควรไปตรวจสายตา
สัญญาณที่มักมาด้วยกัน
นอกจากตาพร่า อาจมีอาการตาล้า เจ็บตา คันตา น้ำตาไหลหรือตาแห้ง และปวดคอ ไหล่ หรือหลังจากกล้ามเนื้อตึงร่วมด้วย ถ้ามีอาการเหล่านี้ในวันที่ใช้จอหรืออ่านหนังสือนาน แล้วดีขึ้นเมื่อได้พัก ก็สอดคล้องกับอาการตาล้า
ตาพร่าตอนเย็น ดูแลอย่างไรได้บ้าง?
healthdirect ระบุว่าวิธีที่ดีที่สุดสำหรับอาการตาล้าคือการพักสายตา ซึ่งมักช่วยให้สบายขึ้นอย่างน้อยในระยะสั้น และสิ่งที่ช่วยไม่ให้ตาล้ามีดังนี้
พักสายตาด้วยกฎ 20-20-20
ทุก 20 นาที ให้มองสิ่งที่อยู่ไกลราว 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร) นาน 20 วินาที ถ้ามักลืม ให้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เตือน การออกไปข้างนอกเป็นประจำและมองไปไกล ๆ ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย
ตั้งใจกะพริบตา
AAO แนะนำให้ตั้งใจกะพริบตาให้บ่อย เพื่อไม่ให้ผิวตาแห้ง บางคนใช้วิธีแปะโน้ตไว้ที่ขอบจอเพื่อเตือนตัวเอง ถ้าตารู้สึกแห้งบ่อย ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ได้
จัดแสงและลม
- เวลาอ่านหนังสือหรือทำงานละเอียด จัดไฟให้อยู่ด้านหลังและส่องตรงไปที่งาน
- ลดลมแอร์หรือพัดลมที่เป่าเข้าหน้า หรือใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้องที่แห้ง
- ถ้าสูบบุหรี่ ควรรู้ว่าบุหรี่ทำให้ตาแห้งได้
ปรับจอ
การตั้งความสว่าง ความคมชัด ขนาดตัวอักษร ระยะ และความสูงของจอ เป็นอีกส่วนที่ช่วยได้ รายละเอียดอยู่ในบทความ จ้องจอนาน ควรถนอมสายตาอย่างไร?
นอนให้พอ
การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งแรกที่ NHS แนะนำสำหรับอาการกระตุก และในวันที่ตาล้า การพักก็เป็นวิธีที่ healthdirect แนะนำเช่นกัน CDC แนะนำให้ผู้ใหญ่อายุ 18 ถึง 60 ปีนอน 7 ชั่วโมงขึ้นไป อายุ 61 ถึง 64 ปีนอน 7 ถึง 9 ชั่วโมง และอายุ 65 ปีขึ้นไปนอน 7 ถึง 8 ชั่วโมง
ตากระตุกหรือตาพร่าแบบไหนควรไปพบแพทย์?
อาการส่วนใหญ่ดีขึ้นเองเมื่อได้พัก แต่มีบางกรณีที่ไม่ควรรอ
ตากระตุก
NHS แนะนำให้พบแพทย์เมื่อ
- กระตุกนานกว่า 2 สัปดาห์
- กระตุกมากกว่า 1 ตำแหน่ง
- บริเวณที่กระตุกรู้สึกอ่อนแรงหรือแข็งเกร็ง
- สงสัยว่าอาการกระตุกเกิดจากยาที่แพทย์สั่ง
ตาพร่า
- พักสายตาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง ควรพบแพทย์หรือนักทัศนมาตร เพราะ healthdirect ระบุว่ามีภาวะที่ร้ายแรงบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการคล้ายตาล้าได้
- ตาพร่าเป็นซ้ำ ๆ หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป ควรไปตรวจกับแพทย์ นักทัศนมาตร หรือจักษุแพทย์
- AAO แนะนำให้พบจักษุแพทย์ถ้าตาแดง ตาพร่า หรือน้ำตาไหลอยู่ตลอด หรือตาสู้แสงไม่ได้หรือเจ็บตา
- healthdirect แนะนำให้คนที่ไม่มีปัญหาเรื่องตาตรวจตาทุก 2 ปี
ต้องไปทันที
- ตาพร่าหรือมองไม่เห็นขึ้นมาเฉียบพลัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
- ตาพร่าเฉียบพลันพร้อมกับเวียนศีรษะ แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก หน้าเบี้ยว ทรงตัวไม่ได้ หรือพูดไม่ชัด อาจเป็นภาวะฉุกเฉิน ให้เรียกรถพยาบาลฉุกเฉินทันที
คำถามที่พบบ่อย
ตากระตุกบ่อย เกิดจากอะไรและขาดสารอาหารอะไรไหม?
ตากระตุกนานแค่ไหนถึงควรไปหาหมอ?
ตกเย็นแล้วตาพร่ามองไม่ชัด เกิดจากอะไรและดูแลอย่างไร?
กฎ 20-20-20 คืออะไร?
ตาพร่าแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที?
- NHS: Twitching eyes and muscles ↗
- healthdirect Australia: Eye strain ↗
- healthdirect Australia: Blurred vision ↗
- American Academy of Ophthalmology: Computers, Digital Devices, and Eye Strain ↗
- CDC: About Sleep ↗
เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ เมื่อคุณกดยอมรับ เราจะสามารถแสดงเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของคุณได้มากขึ้น และหากต้องการเปลี่ยนความยินยอม สามารถทำได้ทุกเมื่อโดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” นโยบายการใช้คุกกี้
