น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณรายละเอียด
แบรนด์สุขภาพและความงามของคนไทย ตั้งแต่ปี 1999·ร้านค้าทางการบน SHOPEE · LAZADA · TIKTOK SHOP · LINEแบรนด์สุขภาพและความงามของคนไทย · ตั้งแต่ปี 1999
ช่องทางการสั่งซื้อ
JAPAN QUALITY·輝く毎日を、内側から。·GMP · ISO · HACCP · FSSC 22000 · HALAL CERTIFIED
รู้จักส่วนผสม

คอลลาเจนกับผิวแห้ง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้อย่างไร

·
ผิวแห้งเป็นเรื่องของเกราะป้องกันผิวก่อนจะเป็นเรื่องของคอลลาเจน ส่วนคอลลาเจนเปปไทด์ชนิดรับประทานมีการศึกษาในฐานะแหล่งของกรดอะมิโนและเปปไทด์เฉพาะกลุ่ม ในงานวิจัยที่วัดความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นในช่วง 8-12 สัปดาห์

ผิวแห้งเป็นเรื่องของเกราะป้องกันผิวก่อนจะเป็นเรื่องของคอลลาเจน ผิวชั้นนอกกักเก็บน้ำไว้ด้วยไขมันระหว่างเซลล์และสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ เมื่อระบบนี้ลดลง น้ำจะระเหยออกเร็วกว่าที่ถูกเติมกลับ คอลลาเจนเปปไทด์ชนิดรับประทานจึงเป็นส่วนเสริมของภาพรวมนี้ ไม่ใช่สิ่งทดแทน โดยมีการศึกษาในฐานะแหล่งของกรดอะมิโนและเปปไทด์เฉพาะกลุ่ม และมีการศึกษาแบบสุ่มที่วัดความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวด้วยเครื่องมือ ในช่วงเวลา 8-12 สัปดาห์

คอลลาเจนคืออะไร และคอลลาเจนไฮโดรไลซ์ต่างกันอย่างไร

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกายมนุษย์ และเป็นโปรตีนโครงสร้างหลักของผิวหนังชั้นแท้ ทำหน้าที่เป็นโครงข่ายเส้นใยที่ให้ความแข็งแรงแก่ผิว ส่วนอีลาสตินให้ความยืดหยุ่น และกรดไฮยาลูโรนิกกักเก็บน้ำไว้ระหว่างเส้นใย การสร้างทั้งสามอย่างลดลงตามอายุ และการสัมผัสรังสียูวีทำให้กระบวนการนี้เร็วขึ้น

คอลลาเจนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอยู่ในรูปไฮโดรไลซ์ คือถูกย่อยด้วยเอนไซม์ให้เป็นเปปไทด์สายสั้นและกรดอะมิโนอิสระ เพราะคอลลาเจนโมเลกุลใหญ่ไม่สามารถดูดซึมได้ทั้งโมเลกุล กระบวนการไฮโดรไลซ์ให้ชิ้นส่วนขนาดประมาณ 0.3-8 กิโลดาลตัน น้ำหนักโมเลกุลจึงเป็นข้อมูลจำเพาะที่ผู้ผลิตมักระบุ เนื่องจากเปปไทด์ที่เล็กกว่าดูดซึมได้ง่ายกว่า

ข้อแตกต่างที่สำคัญ: คอลลาเจนเปปไทด์ไฮโดรไลซ์ที่ใช้ในเรื่องผิว ไม่ใช่สารเดียวกับคอลลาเจนชนิดที่ 2 แบบไม่แปลงสภาพ (UC-II) ซึ่งคงโครงสร้างธรรมชาติไว้และมีการศึกษาที่ขนาด 40 มก. ต่อวันในบริบทของการทำงานของข้อ ชื่อเรียกใกล้เคียงกัน แต่เป็นคนละโมเลกุลและคนละวัตถุประสงค์

หลังรับประทานเกิดอะไรขึ้น

เอนไซม์ย่อยอาหารจะย่อยเปปไทด์ต่อไปอีก และพบไดเปปไทด์และไตรเปปไทด์ เช่น โพรลิล-ไฮดรอกซีโพรลีน ในกระแสเลือดหลังการรับประทาน ร่างกายนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้เป็นวัตถุดิบและเป็นชิ้นส่วนสัญญาณ โดยร่างกายเป็นผู้กำหนดว่าจะนำไปใช้ที่ใด ไม่ใช่ฉลากผลิตภัณฑ์ ด้วยเหตุนี้จึงควรอธิบายว่าการรับประทานคอลลาเจนคือการให้วัตถุดิบแก่ร่างกาย มากกว่าการส่งคอลลาเจนไปที่ผิวโดยตรง

งานวิจัยวัดอะไร

การศึกษาแบบสุ่ม ปกปิดสองทาง และมีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอกในเรื่องนี้ มักใช้เวลา 8-12 สัปดาห์ และวัดผลด้วยเครื่องมือ เช่น corneometry สำหรับความชุ่มชื้น cutometry สำหรับความยืดหยุ่น และการวิเคราะห์ภาพสำหรับพื้นผิว งานวิจัยปี 2018 ในวารสาร Nutrients ที่ใช้คอลลาเจนเปปไทด์น้ำหนักโมเลกุลต่ำ รายงานการเปลี่ยนแปลงของค่าความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นเมื่อเทียบกับยาหลอก ส่วนบทปริทัศน์อย่างเป็นระบบที่รวบรวมงานวิจัยกลุ่มนี้ระบุว่าทิศทางโดยรวมเป็นไปในทางบวก แต่ขนาดที่ใช้ รูปแบบเปปไทด์ และวิธีวัดผลแตกต่างกันระหว่างงานวิจัย ผลจึงไม่สามารถนำไปเทียบกันข้ามผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง

วิธีอ่านฉลากคอลลาเจน

  • ชนิด: ชนิดที่ 1 และ 3 ใช้ในเรื่องผิว ส่วนชนิดที่ 2 เป็นส่วนประกอบสำหรับข้อ
  • แหล่งที่มา: จากปลา วัว หรือสุกร ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดด้านอาหารและการแพ้
  • ปริมาณต่อหน่วยบริโภค และน้ำหนักโมเลกุลหากผู้ผลิตระบุ
  • สารอาหารที่ผสมร่วม: วิตามินซีพบได้บ่อย เพราะมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนตามปกติเพื่อการทำงานตามปกติของผิวหนัง

สิ่งที่ช่วยเรื่องผิวแห้งได้จริง

คอลลาเจนเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ส่วนที่เหลือฟังดูธรรมดาแต่สำคัญกว่า ได้แก่ การดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน การทามอยส์เจอไรเซอร์ขณะผิวยังหมาด ๆ การอาบน้ำให้สั้นลงและไม่ร้อนจัด การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน การป้องกันแดดทุกวัน และการได้รับโปรตีนเพียงพอในภาพรวม หากผิวแห้งเรื้อรังร่วมกับอาการคัน แตก หรืออักเสบ ควรพบแพทย์ผิวหนังแทนการดูแลด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หากตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาประจำ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อน